19 ก.ค. 2559

หน้าที่ของคนไทย

หน้าที่ของคนไทย ตามกฎหมาย














เกิด และอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย สุขกาย สบายใจจริงๆ คุณดิดเหมือนผมมะ
ขนาดวันที่เกิดการปฏิวัติ เมื่อ 2 ปีก่อน เรายังมีอิสระเสรีในการใช้ชีวิตประจำวัน
ได้อย่างปกติสุข จะอึดอัดบ้างก็อีตอนไม่มีละครให้ดู แต่ก็ดูบอลพรีเมียลีกได้ทางอินเตอร์เน็ต  
ผมไม่ชอบดูละครอยู่แล้วจึงไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดอะไร
  
จะขัดใจอยู่บ้างก็เรื่องเคอร์ฟิว 3 ทุ่มนี่แหละ เพราะจะหาของกินตอนหัวค่ำที่ 7/11 ไม่ได้
ด้วยความเคยชิน 3 ทุ่ม 10 นาที เดินไปยังเป้าหมาย เอ๊ะปิดไฟ อ๋ออออ เคอร์ฟิว 5555 ลืม
มาถึงวันนี้ บ้านเรายังปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติอยู่นะ แต่ความรู้สึกของผม 
เหมือนผมได้รัฐบาลที่ถูกใจ  ถูกใจมากกว่ารัฐบาลที่ผมเคยเลือกซะอีก  
จริงๆ สาบานได้เลย

ได้นายก "ลุงตู่" เป็นนายกที่ครบรสเลย ดุ(กับนักข่าว) โหด(กับคนโกงทุจริต) 
ฮา(เมื่อปราศรัย) นิ่ม(กับเด็กและสตรี โดยเฉพาะกับคุณหญิง) 
สุภาพอ่อนโยน(กับพระและราชวงศ์) ผมว่าท่านนายกมีครบนะ

เป็นคนไทยอยู่เมืองไทย สบายที่สุดแล้ว (ผมคิดเองนะ เพราะผมไม่เคยไปอยู่เมืองนอก)
ยิ่งในสถานะที่เป็นพสกนิกรของ "ล้นเกล้าในหลวง" ด้วยแล้ว อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง 
เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

นั่นคือความสุข นั่นคือเสรีภาพ ที่รัฐบาลทุกยุคสมัยมอบให้กับคนไทย ผ่านทางรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย  ผมเพิ่งอ่านเจอว่า รัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติหน้าที่ให้คนไทยทุกคน
ต้องประพฤติปฏิบัติตามด้วย เดิมๆ รู้แต่เพียงว่า คนไทยมีหน้าที่ต้องไปเลือกตั้ง 
คนไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คนไทยต้องเสียภาษีให้กับรัฐ แค่นี้แหละ

ตอนนี้เรายังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมขอยกเอารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 
พ.ศ.2550 ล่ะกัน ว่า ท่านกำหนดหน้าที่ของคนไทยไว้อย่างไรบ้าง

1 ฐานะผู้ปกครอง 
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้อำนาจอธิปไตย
ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครอง เป็นของปวงชนชาวไทยและประชาชนสามารถใช้อำนาจ
ดังกล่าวผ่านการเลือกผู้แทนของตน อันได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 
และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาแทนตน 

2 ฐานะผู้อยู่ภายใต้การปกครอง 
รัฐธรรมนูญนอกจากจะมีบทบัญญัติในเรื่องการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพไว้อย่างชัดเจนแล้ว 
ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่บางประการควบคู่ไปด้วย กล่าวคือ 
เมื่อรัฐได้ให้หลักประกันในสิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนแล้ว ประชาชนก็มีหน้าที่ที่จะต้อง
ปฏิบัติต่อรัฐด้วย ดังนี้

หน้าที่รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย 
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2 หน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
3 หน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
4 หน้าที่ป้องกันประเทศ
5 หน้าที่รับราชการทหาร
6 หน้าที่เสียภาษีอากร
7 หน้าที่ช่วยเหลือราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ
8 หน้าที่รับการศึกษาอบรมตามที่กฎหมายบัญญัติ
9 หน้าที่พิทักษ์ ปกป้อง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น
10 หน้าที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มีหลายข้อเลย ที่เราๆท่านๆ ปฏิบัติได้ครบถ้วน 

และหลายข้อเช่นกัน ที่ผมเพิ่งทราบ เช่นข้อ 7 ข้อ 9 และข้อ 10 
มีอยู่ข้อเดียวที่ทราบมานานแล้ว แต่ยังฝ่าฝืน คือข้อ 2 ครับ โดยเฉพาะ พรบ.จราจร 
ผมนี่ โดนปรับเป็นประจำ  แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ เคยโดนเหมือนผมบ้างไหมครับ


17 ก.ค. 2559

พรบ.กำลังพลสำรอง 2558

พรบ.กำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 ประกาศในราชกิจนุเบกษา เมื่อ 30 ธ.ค.58

กม.ฉบับนี้ สร้างความตื่นตระนกให้กับบรรดา หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ที่เป็นทหารกองหนุนอยู่ไม่น้อย
มันก็น่าตกใจอยู่นะครับ เพราะเกิดข้อสงสัย ต่างๆนาๆ ผุดเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ในหัวสมอง
เต็มไปหมด "เราจะโดยเรียกป่าววะ  กี่เดือนวะ งวดแรกออกที่ใครบ้างวะ"
"จบ นศท.ปี 3 แล้ว โดนด้วยเหรอ"   "เราจบปี5โดนด้วยหรา"   (ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าคากมิด)
มาทำความรู้จักกับตัวจริง(พรบ.)ซะเลยดีกว่า  รู้เขา รู้เราสัมผัสโดยตรงเลยนิ ว่า น่ากลัว
น่าเกลียด น่ารังเกียจ อย่าที่เป็นข่าวล่ำลือหรือเปล่า   ไม่แน่นะ ผมว่าอาจจะน่ารักด้วยซ้ำไป
ลองสัมผัสดูก่อน ดีม๊ะ

ก่อนอื่นเรา่รู้ยังล่ะ ว่า "กำลังพลสำรอง" คือใคร
เอ่อ... นั่นซิ กลัวไปก่อนซะแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าเกี่ยวข้องกะใครมั้ง

กำลังพลสำรองหมายถึง
1 ข้าราชการทหารที่ลาออกจากประจำการ
2 คนที่ปลดจากกองประจำการทุกประเภท (ได้แก่ทหารเกณฑ์ และ ผู้ที่จบ นศท.ปี 3 )
3 ทหารกองเกิน (ก็คนที่ไปลงทะเบียนทหารกองเกินตอนอายุ 17ปีและได้ใบ สด.9 แล้ว)
4 คนที่จับได้ใบดำในวันที่เกณฑ์ทหาร

คงรู้แล้วซินะ เราอยู่ในกลุ่มกะเขาหรือป่าว  (นี่นี่ เรียงตามลำดับความต้องการแล้วนะ)
" วุ้ยย ข้อ 4 นั่น จะเอาไปทำกากอะไร ไม่เคยฝึก ไม่เคยยิงปืนสักนัด เป็นผักเหนอะซิท่า"
เถอะน่า  ทหารเขาคิดแล้ว ต้องช่วยชาติได้แน่นอน ถึงกำหนดไว้ในกฎหมาย

พรบ.กำลังพลสำรอง บัญญัติว่า
กำลังพลสำรองให้มีไว้ใช้ ในยามปกติและยามสงคราม
"ยามสงคราม ครับผม เข้าใจครับ เพื่อปกป้องแผ่นดินเป็นหน้าที่อยู่แล้ว  แล้วยามปกติ นี่ซิ
จะเอาผมไปทำอะไร ????"

คำตอบคือ ภัยพิบัติตามธรรมชาติงัยครับ ปัญหาภัยพิบัติสาธารณะ รัฐธรรมนูญกำหนด
ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายทหารในการแก้ไข ช่วยเหลือและบรรเทา ด้วยนะ
สึนามิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ต้องใช้กำลังพลจำนวนมาก เหตุการณ์สึนามิอันดามัน ทหารไปกันหมดทุกค่าย ยังเอาไม่ทันเลย  น้ำท่วมใหญ่ กทม.
ค่ายทหารเกือบร้าง ก็ยังเข้าไปช่วยเหลือไม่ทั่วถึงเลย
เห็นม๊ะ คนจับใบดำตามข้อ 4 เขาช่วยได้นะ เข้าใจแนวคิดของทหารแล้วใช่ไหมครับ
"เขาลือว่า ยามปกติก็เรียกไปฝึกด้วย ปีละ 60 วัน"
แหม คุณเขานี่พูดไปได้เรื่อยเลยนะ  จริงๆแล้ว ในยามปกติ พรบ.กำหนดให้เรียกมาฝึกได้
อย่าลืมว่า ทหารต้องฝึกจนช่ำชอง ถึงจะออกรบได้  นักมวยขึ้นชกโดยไม่ซ้อม ก็โดนน็อคซิครับ

ตาม พรบ.กำลังพลสำรอง ให้เรียกได้ 5 กรณี ครับ
1 เรียกเพื่อตรวจสอบ (ปีละครั้งๆละ 1 วัน)
2 เรียกเพื่อฝึกวิชาทหาร (ตาม กม.ให้เรียกได้ 60 วัน ปัจจุบัน เรียก 10 วัน และเรียกเฉพาะ        เสาร์,อาทิตย์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงาน)
3 เรียกเพื่อปฎิบัติราชการ ร่วมกับข้าราชการทหาร (ข้อนี้เน้นไปที่อาสาสมัคร หรือรับสมัคร)
4 เพื่อทดลองความพรั่งพร้อม (ครั้งละไม่เกิน 3 วัน)
5 เพื่อการระดมพล (ถ้าถึงขั้นเรียกระดมพล แสดงว่ามีศึกสงครามแน่นอน)
ทั้งนี้ ใช่ว่าจะเรียกครบทั้ง 5 กรณีในทุกๆปีนะ ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่รัฐบาลจัดให้
และสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยนะครับ


   
                          


"พี่ครับ ตอนนี้ผมทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน ถ้าโดนเรียก 10 วันผมแย่แน่เลย"
ทางราชการไม่ใจดำหรอกครับ  มีค่าตอบแทนและสวัสดิการให้ครับ รับรองว่า ไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำแน่นอน ลูกเมียอยู่บ้านไม่อดหรอก เช่น
ค่าตอบแทน  ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าพาหนะ ค่าเช่าที่พัก เครื่องแบบทหาร ค่ารักษา ฯลฯ

"พี่ครับ ผมจะรู้ได้งัยว่า ผมโดนเรียก...... แฮ่ๆๆ  ถ้าเรียกแล้วผมไม่ไปล่ะครับ.."
ทางทหารจะส่งเอกสารลงทะเบียนตอบรับถึงตัวท่าน ตามภูมิลำเนาทหารที่แจ้งไว้ครับ
ส่งล่วงหน้าเป็นเดือนๆเลย เพื่อให้ท่านได้เตรียมตัว หาของศักดิ์สิทธิ์มาติดตัวไว้
ได้ลาลูก ลาเมีย ลากิ๊ก  (ถ้ามี)
ถ้ารับหมายเรียกแล้วไม่ไป โดยไม่มีเหตุอันควร มีความผิดนะ ผิดอาญา ทั้งจำและปรับ ครับ

"แล้วพวกผมจะพ้นจากการเป็นกำลังพลสำรองเมื่อไหร่เนี่ย"
ถ้าจะตอบแบบรวมๆ ก็อายุครบ 46 ปีครับ

ขอสรุปในตอนท้ายว่า

1 เหตุผลที่ออก พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อบริหารจัดการ นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน 
ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑,๒ และทหารกองเกิน ที่กระทรวงกลาโหมจัดเก็บรายชื่อไว้
เป็นบัญชีประเภทต่างๆ ประมาณ 12 ล้านคน ให้มีประสิทธิภาพ

2 กําลังพลสํารองนั้น ทางราชการจะเรียกตามความจำเป็นเท่านั้น และไม่เรียกไปปฎิบัติ
ราชการในพื้นที่ 3 จชต.อย่างแน่นอน

3 การบรรจุกำลังพลสำรองในหน่วยทหาร เพียงแต่ใส่รายชื่ออยูในบัญชีบรรจุกําลัง
ของหนวยทหารเทานั้น ตัวจริงเป็นๆ ยังคงปฏิบัติงานตามปกติในโรงงาน บริษัท 
หางราน หรือประกอบอาชีพอิสระไดตามปกติ

4 เมื่อมีการเรียกกําลังพลสํารองเขารับราชการทหาร กําลังพลสํารองจึงจะมาปฏิบัติหนาที่
ในหนวยทหารที่ตนมีรายชื่อสังกัดอยู่


5 เข้าใจตรงกันนะครับ พรบ.กำลังพลสำรอง 2558 ไม่ใช่กฎหมายที่น่ารังเกียจแต่อย่างใด 
และไม่ใช่กฎหมายใหม่ เพียงแต่ได้รวบรวม กฎกระทรวงหลายๆกระทรวง
มาอยู่ในที่เดียวกัน เป็น พรบ.





10 ก.ค. 2559

ทหารกองประจำการ VS ทหารประจำการ





ภาษาทหารวันละคำ

วันนี้เสนอคำว่า  ทหารกองประจำการ VS ทหารประจำการ

คำ 2 คำนี้สร้างความสับสนให้บังเกิดได้เสมอ ฮ่าฮ่าฮ่า 
บางคนว่า  “ก็เหมือนกันนั่นแหละ มีกองกับไม่มีกอง... คือกัน”
บางคนว่า  “ ไม่เหมือนกัน อีตรง มีกอง กะ ไม่มีกองนี้แหละ”
แล้วจริงๆ มันเหมือน  หรือมันต่างกัน  บอกเลยดีกว่า !!!

ทหารกองประจำการ หมายความว่า

“ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจําการและได้เข้ารับราชการ 
ในกองประจําการจนกว่าจะได้ปลด”

“เอาอีกแล้ว  ภาษากฎหมายอีกแล้ว ถ้าจะบอกความหมายแบบนี้ อย่าบอกเลยยังดีกว่า  
อยากจะบอกอะไรก็บอกเล่าแบบชาวบ้านคุยกะชาวบ้านได้มะ  ทีหลังนะ 
อย่ามาแบบนักวิชาการผูกไทด์อีก เด่วโดลลส์”

เอาเลย...ตามนี้นะ 
คือ ทหารเกณฑ์ที่เข้ากองทหารและอยู่รับใช้ชาติจนครบกำหนดปลด บางคน 6 เดือนปลด/ 
บางคน 1 ปีปลด / บางคน 2 ปีปลด/บางคน 2ปีกะอีก 3 เดือนปลด (ฮ่ะ...มีกันเฮ้อ) 
มีดี้ ก็เขาแบบหนีไปตั้ง 3 เดือน เมื่อกลับมาก็ต้องอยู่ชดเชยอีก 3 เดือน งัยล่ะตะเอง

ในช่วงที่เข้ากองในเดือนแรก จ่ากอง ก็จะจัดทำบัญชีรายชื่อทหารเกณฑ์ทั้งกองพัน
เพื่อส่งไปยังสัสดีจังหวัด เพื่อขึ้นทะเบียนและออกหมายเลขประจำตัวทหาร เป็นเลข 10 หลัก 
ได้หมายเลขแล้ว ก็ถือว่าได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการเป็นที่เรียบร้อย

สรุป ทหารเกณฑ์ที่อยู่ในกองทหาร ไม่ว่าจะกี่เดือน กี่ปี จะมีสถานภาพเป็นทหารกองประจำการ 
จนถึงวันปลด คร้าบ


ทหารประจำการ หมายความว่า

“ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกําหนด  ซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจําการ”
อันนี้ไม่ต้องขยายความนะท่านพี่ มันชัด ชัดเจนแล้วใช่มะ

สรุปเลย ทหารประจำการคือ ทหารอาชีพที่รับเงินเดือน ปฎิบัติหน้าที่ราชการตามตำแหน่ง
และชั้นยศ ตั้งแต่

พลอาสาสมัคร...
ชั้นนายสิบ...  สิบตรี  สิบโท  สิบเอก
ชั้นจ่า... จ่าสิบตรี  จ่าสิบโท  จ่าสิบเอก 
ชั้นนายร้อย...ร้อยตรี  ร้อยโท   ร้อยเอก
ชั้นนายพัน...พันตรี  พันโท  พันเอก
ชั้นนายพล... พลตรี  พลโท  พลเอก


ทหารกองประจำการ VS ทหารประจำการ แตกต่างกันด้วยประการฉะนี้

การยกเว้น ไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจําการ (ไม่ต้องเป็นทหารเกณฑ์)


กฎหมายกำหนด ข้อยกเว้น ไว้ 2 กรณี คือ

1 ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการกองประจำการ  (ยกเว้นให้ตลอดไป) 
มีบุคคลได้รับสิทธิตามข้อนี้ 2 กลุ่ม คือ

1.1 พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีน
หรือญวนที่มีสมณศักดิ์  พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์  หมายถึง ยศของพระ  เช่น เป็นพระครู  
พระชั้นเทพหรือชั้นธรรม  เป็นต้น
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวนที่มีสมณศักดิ์นั้น หมายถึง ผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนาเหมือนกัน  ต่างกันที่ถือตามนิกายของจีนกับของญวน
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวน  ต้องมีสมณศักดิ์ด้วย จึงจะได้รับการยกเว้น

 1.2 คนพิการทุพพลภาพซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้

2 ยกเว้นไม่เรียกมาเข้ารับการตรวจเลือกในยามปกติ 
(แปลว่ายกเว้นชั่วคราว  เมื่อมีศึกสงคราม หรือประกาศกฎอัยการศึก   ทางทหารสามารถเรียกตัวได้)
มีบุคคลที่ได้รับสิทธิตามข้อนี้หลายกลุ่ม เช่น

2.1 พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม
พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม หมายถึง ผู้ที่จบนักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรมเอก
เมื่อยื่นเรื่องขอยกเว้นและได้รับการยกเว้นแล้ว ไม่ต้องไปแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกฯ 
ถ้ายื่นไม่ทันก่อนการตรวจเลือก  จะนำหลักฐานไปยื่นขอรับการยกเว้นต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันทำการตรวจเลือกก็ได้ 
หลักฐานที่ต้องนำไปยื่นต่อนายอำเภอเพื่อขอยกเว้น ได้แก่
ประกาศนียบัตรจบนักธรรม
ใบสำคัญ(แบบ สด.9)
หมายเรียก(แบบ สด.35)
หนังสือรับรองของเจ้าอาวาส
หนังสือสุทธิ

2.2 ผู้อยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหาร (ยังไม่จบ รด.ปี 3)
การขอยกเว้นให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีผู้ซึ่งอยู่ในกำหนดต้องเรียกมาตรวจเลือกฯ
ส่ง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม  และ นรด. ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี 
เป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมจะแจ้งไปยังจังหวัดภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น
ให้จัดการยกเว้นให้ แล้วผู้นั้นไม่ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือก

2.3 ครูในสถานศึกษา
ครูซึ่งทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่าง ๆ  ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง
ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึงครูอัตราจ้างด้วย 
 
ครูที่จะมีสิทธิได้รับการยกเว้นจะต้องเข้าลักษณะตามที่กำหนด  ดังนี้
-เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน  นิสิต หรือนักศึกษา ไม่น้อยกว่า 15 คนเป็นปกติ
และในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า 15 คนนี้ ยกเว้นครูได้คนเดียว
 
-เป็นครูสอนประจำเฉพาะวิชาซึ่งทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา
ไม่น้อยกว่า 15 คนเป็นปกติ  และในจำนวนนักเรียน นิสิต  หรือนักศึกษา
ไม่น้อยกว่า 15 คนนี้  ก็ยกเว้นครูได้คนเดียวเช่นกัน
 
-มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาลงมา   หรือไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมง  สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา

*** ครู อาจารย์ ไม่ต้องกังวลกับ จำนวนนักศึกษา หรือจำนวนชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์  เพราะว่าทุกๆสถานศึกษามีตัวเลขเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดทั้งนั้น ***

2.4 ผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ
เป็นบุคคลที่ได้แปลงสัญชาติเป็นคนไทยตามกฎหมาย  เจ้าหน้าที่จะทราบว่า
เป็นบุคคลประเภทนี้ตั้งแต่ไปแสดงตนขอลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว
จะจัดการยกเว้นให้ทันทีโดยตัวไม่ต้อง ขอยกเว้นอีก

2.5 บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกครั้งเดียวตั้งแต่ 
10 ปีขึ้นไป  หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหลายครั้ง
รวมกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป  หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกัน 

9 ก.ค. 2559

การขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร นักเรียน นักศึกษา นิสิต

การขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร ไม่ใช่เรื่องยากเลย  ถ้ารู้กฎหมาย ไอ้ที่ไม่รู้นี่แหละคือปัญหา
เพราะไม่เคยได้ยินครูสอนเลยตั้งแต่เรียนชั้นประถม
  
เออเนาะ!! ทำไมรัฐบาลไม่บรรจุไว้ในหลักสูตรชั้นมัธยมซะเลย เราๆท่านๆ 
จะได้รู้กฎหมายใกล้ตัวกะเขาบ้าง

เอาเถอะ  ไม่ได้เรียนก็ไม่เป็นปัญหา ขนาดร่ำเรียนมาเป็นสิบๆปี ก็ใช่ว่าจะจำได้ซะที่ไหน  
คนเก่งอย่างเรา สอบผ่านมาได้ก็เพราะความรู้รอบตัวบ้าง  รอบโต๊ะบ้าง เอาตัวรอดได้ทุกที   
ยิ่งยุคนี้ ยุค IT บายๆ พี่น้อง   ว่าแล้วก็ SEARCH... เลย    จะ๊เอ๋เจอล่ะ

กระทรวงกลาโหม จับมือกับกระทรวงมหาดไทย  ออกกฎกระทรวงร่วมกัน  
(2 กระทรวงนี้จุ๊บปากกัน เมื่อปี 2549  ฮ่าฮ่าฮ่า  ทหารจุ๊บกะตำรวจ ) สรุปความได้ว่า.....

บุคคลที่จะขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารได้นั้น ได้แก่ เลขที่ออก....นักเรียน..นักศึกษา 
และประชาชนทั่วไป    โอ้ๆๆๆ..... นิสิต ด้วย ด้วย ด้วย  
(เด็กจุฬา  กะเด็ก ม.ทักษิณ จะนอยเอา)
(และขอบอกดังๆว่า  การขอผ่อนผันในหัวข้อนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับคนที่เรียน นศท.นะครับ)

กฎเกณฑ์
1 กำลังศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ หรือของเอกชน ระดับ มหาวิทยาลัย  วิทยาลัย 
สถาบันการศึกษาโรงเรียน อะไรอีกล่ะ....... นึกไม่ออกแล้ว    
สรุปว่า  ได้เพ  ได้ทุกระดับการศึกษา  ป.โท ป.ตรี ปวส.ปวช. ม.ปลาย ปวท. 
ตามอัธยาศัย (กศน.)
สรุปว่า ม.ปลาย ขึ้นไป..... ครับเพ่

2 นิสิต นักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อรับ "ปริญญา"  
ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 26 ปี (หลักสูตร ป.ตรี ทุกคณะ ทุกสาขาวิชา)
 ยกเว้นนักศึกษา"วิชาแพทย์ศาสตร์" ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 27 ปี  

3 นักเรียน  นักศึกษา ในสถานศึกษาสายอาชีพ หรือสายเฉพาะทางอื่นๆ เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาหรือระดับปริญญา ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 26 ปี

นักเรียนในสถานศึกษาสายสามัญระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  
ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 22 ปี (จบ ม.ปลาย ต้องเรียนต่อ นะจ๊ะ ถึงจะได้ยื้อเวลาต่อไปอีก)

แต่หากจบการศึกษาก่อนกำหนดอายุ  ก็หมดสิทธิการผ่อนผัน

***เมื่อยื่นขอผ่อนผันผ่านสถานศึกษาแล้ว ในวันตรวจเลือกฯ จะต้องไปแสดงตน
เพื่อเข้ารับการตรวจเลือกในฐานะคนผ่อนผันทุกปีในระหว่างการผ่อนผัน  
และจะต้องได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) จากประธานกรรมการ  
หากไม่ไปแสดงตนก็จะมีความผิดเหมือนกันบุคคลทั่วไป***

*เมื่อจบการศึกษาแล้ว  จะต้องแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ภายใน 30 วัน 
นับแต่วันจบการศึกษา (ในความเป็นจริงไม่เห็นมีใครแจ้งเลย  ท่านนายอำเภอก็ใจดีไม่เคยว่าอะไร)*

**ผู้ที่ขอผ่อนผัน  หากในวันตรวจเลือกฯ ประสงค์จะขอเข้าตรวจเลือก ก็ให้ยื่นคำร้องขอสละสิทธิ เพื่อเข้ารับการตรวจเลือกก็ได้ ภายในเวลา 12.00 น.ของวันตรวจเลือก(แน่ะ มีเผื่อเปลี่ยนใจด้วย... อันนี้เป็นแท็คติกนะครับ เช่น ถ้าเราสังเกตดูแล้วเห็นว่า มีคนสมัครเยอะมาก รีบยื่นขอสละสิทธิเลย   เพราะเมื่อมีคนสมัครเต็ม ก็ไม่ต้องจับใบดำใบแดงไงล่ะ ที่นั่งรอกันอยู่  ก็เฮซิครับ 
ผ่านการเกณฑ์ทหารเรียบร้อยเลย)**

ในกฎกระทรวงกำหนดว่า ให้สถานศึกษาทั้งของรัฐ และเอกชน มีหน้าที่แจ้งให้ นิสิต นักศึกษา นักเรียน ในสถานศึกษาของตนเองทราบ ถึงรายละเอียด 
การขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร แล้วเก็บรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ส่งถึง 
ผวจ.ตามภูมิลำเนาของนักเรียน นักศึกษา  ภายใน เดือน ก.พ.ของปีที่จะเกณฑ์ทหาร 

ฉะนั้น  นักเรียน  นักศึกษา ที่จะขอผ่อนผัน ต้องติดตามข่าวจากสถานศึกษาของตนเองนะครับ ว่า ให้ส่งหลักฐานขอผ่อนผันเมื่อไหร่ อย่ารอเดือน ก.พ. เดี๋ยวจะไม่ทันการ  และควรเตรียมเอกสารหลักฐานไว้แต่เนิ่นๆ  เช่น

          1. สด.9 ฉบับจริง พร้อมสำเนา จำนวน 3 ฉบับ
          2. ทะเบียนบ้านฉบับจริง พร้อมสำเนา 3 ฉบับ
          3. สำเนาหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.35) จำนวน 3 ฉบับ(ถ้ามี)
          4. ใบรับรองการเป็นนักศึกษาฉบับจริง พร้อมสำเนา 2 ฉบับ
          5. ใบรายงานผลการเรียน (Transcript) จำนวน 1 ฉบับ (สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2-4)
          6. อื่นๆ เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ของนักศึกษาหรือบิดา มารดา 
          7.แจ้งย้ายภูมิลำเนาทหารพร้อมสำเนา 3 ฉบับ (ถ้ามี)

กรณีของประชาชนทั่วไป ขอผ่อนผันได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ จ้าาา

1.บุคคลที่จําเป็นต้องหาเลี้ยงบิดาหรือมารดา ซึ่งไร้ความสามารถ หรือ พิการทุพพลภาพ หรือชราภาพ จนหาเลี้ยงชีพไม่ได้และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู

2.บุคคลที่จําเป็นต้องหาเลี้ยงบุตรซึ่งมารดาตาย หรือมารดาไร้ความสามารถ หรือมารดาพิการทุพพลภาพ   และบุคคลที่จําเป็นต้องหาเลี้ยงพี่หรือน้องร่วมบิดามารดา ที่มีมีใครเลี้ยงดู

***ในการผ่อนผัน ใช่ว่ายื่นขอผ่อนผันแล้ว จะได้รับการผ่อนผันทุกครั้งไป นะครับ  ทางราชการอาจจะไม่อนุญาตให้ผ่อนผันก็ได้  ถ้า....จำนวนคน(ทหารกองเกิน)ที่เข้ารับการตรวจเลือกไม่พอตามที่ฝ่ายทหารต้องการ  เขาก็จะเอาผู้ที่ขอผ่อนผันนี้แหละ รวมเข้าไปกับทหารกองเกินที่เข้ารับการตรวจเลือก   แฮ่ๆ  ไม่ต้องกังวลไปให้เปรืองสมอง  สมัยนี้ มีแต่คนอยากเป็นทหาร  จริงๆนะ  เช่น 
ตอนเกณฑ์ทหารพอจับได้ใบแดง เป็นพายุล้มพับเลย พอเป็นทหารครบ 2 ปี ไม่อยากปลด ขอร้องให้ผู้พัน อนุญาตให้สมัครอยู่ต่อก็มี  นี่แหละ ไม่ลอง ไม่รู้ รู้แล้วจะประทับใจ ***

ปล. นักเรียนนอก ก็ผ่อนผันได้เช่นกันนะครับ มีกฎกระทรวงกำหนดไว้อีกฉบับหนึ่ง  
ลอง SEARCH   ดูซิครับ





6 ก.ค. 2559

ทหารกองเกิน

ภาษาทหาร วันละคำ

วันนี้  ขอเสนอคำว่า ทหารกองเกิน

ความหมายตาม พรบ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 เขียนว่า.....

“ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ หรือผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรา ๑๘ แล้ว”

ก็ งงงง ล่ะซิท่าน  นักกฎหมายนะ...ฮึ โคตรเกลียดเลย  อ้างมาตราโน่น นี่ นั่น  กะอีแค่พิมพ์ลงไป
ให้มันครบซะ  คนนอกกฎหมายอย่างผม
อ่านแล้วจะได้เข้าใจในบัดนาว ท่านทำไม่ได้ ปัดโถ่

ไม่เป็นไรครับพี่น้อง  ผมจะไปเปิดหาว่า เจ้ามาตรา 16 กับมาตรา 18 ของท่านไปอีแอบอยู่หนใด 
อายนักรึกับการแสดงตัวให้ชาวบ้านได้เห็น

555 เจอแล้วครับ เอามาเรียงเป็นแถวตอนเรียง 1 ได้แบบนี้ ครับโผ้มมมม....

ทหารกองเกิน หมายถึง “ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว  (มาตรา 16 )โดยกำหนดให้บรรดาชายซึ่งมีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้า 18 ปีในพุทธศักราชใด ให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชนั้น ผู้ใดไม่สามารถ
ไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน 
ให้นายอำเภอสอบสวน เมื่อเห็นว่าถูกต้อง ให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ ถ้าไม่มีผู้มาแจ้งแทน 
ให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาลงบัญชีทหารกองเกิน 

เมื่อได้รับการขอลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับ(สด.9) 
ให้ผู้ขอลงบัญชีทหารกองเกินไว้เป็นหลักฐาน หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อ
นายอำเภอท้องที่ เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 1 บาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะ เหตุสุดวิสัยก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้แล้วให้ถือว่าเป็นทหารกองเกินตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ของพุทธศักราชถัดไป 
การลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนด ในกฎกระทรวง(กลาโหม) 

ส่วน (มาตรา 18) บุคคลซึ่งยังมิได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอพร้อมกับคนชั้นปีเดียวกัน เพราะเหตุใด ๆ ก็ดี ถ้าอายุยังไม่ถึง 46 ปีบริบูรณ์ ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับมาตรา 16 ภายใน 30 วัน นับแต่
วันที่สามารถจะปฏิบัติได้ แต่จะให้ผู้อื่นแจ้งแทนไม่ได้ ถ้านายอำเภอจะเรียกตัวลงบัญชีทหารกองเกิน 
ก็ย่อมทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว

เมื่อได้รับการลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับ(สด.9) ให้ไว้เป็นหลักฐาน หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่ โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งบาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียม”


นั่นแหละๆ ความหมายของคำว่า ทหารกองเกิน มันช่างเข้าใจยากจริงๆ มันยาก ยิ่งกว่าดูภาพเขียนที่เป็นชิ้นงานศิลปะชั้นบรมครูซะอีก แฮะ!!! 


อีแค่ ให้ชายไทยอายุ 17 ปี ไปขอลงบัญชี กับนายอำเภอ เสร็จได้ สด.9 พอขึ้นปีใหม่ก็ได้เป็นทหารกองเกิน ส่วนคนที่คิดจะหลีกเลี่ยง ก็เชิญหลีกหนีให้ยาวไปเลย จนอายุครบ 46 ถ้าหลีกเลี่ยงไม่พ้น นายอำเภอก็จะเชิญท่านไปพบศาล ศาลก็จะเมตตาให้ท่านแสดงความรักชาติ ไม่ผลัด 1 ก็เป็นผลัด 2  ส่วนท่านที่หลักเลี่ยงได้อย่างคล่องแคล่ว จนมีอายุครบ 46 ปี ท่านนายอำเภอจะบอกว่า เชิญคุณท่านตามสบายนะครับ ทางราชการไม่ต้องการตัวท่านไปเป็นทหาร อีกแล้ว  


555  หมดอายุความ และ แก่เกินแกง กิ้วๆ



3 ก.ค. 2559

ผกท. คือ ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร

ผกท. ย่อมาจาก ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร

 


เขาคือใครกัน”   
ปกติก็เป็น ครู อาจารย์ อยู่ในสถาบันการศึกษาทั่วไปนี้แหละ ผกท.มีมานานแล้วนะ  โดยถือกำเนิดมาจาก พระราชบัญญัติ ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ.2503
“อยากขยายความอีกนิดหนึ่ง ว่า กฎหมายข้างต้นนั้น ให้มี ผกท.3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่”                                                                     
1  ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ (ผกท.พ.) ก็ต้องพิเศษหน่อย เพราะตำแหน่งนี้ แต่งตั้งให้กับ ระดับผู้บริหารสถานศึกษา  
2 ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร (ผกท.) ตำแหน่งนี้แต่งตั้งให้กับ ครู อาจารย์ทั่วๆไป  
3 ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร (ผช.ผกท.) ตำแหน่งนี้แต่งตั้งสำหรับ ครู อาจารย์ที่มิอาวุโสน้อยกว่า ผกท.
“ทั้ง 3 ตำแหน่ง ต้องทำหน้าที่เหมือนๆกัน โดยมี ผกท.พ.เป็นหัวหน้าใหญ่”

เขาแต่งชุดทหารด้วยนะ”  
ใช่ครับ เป็นเครื่องแบบของเขาอีกชุดหนึ่ง เหมือนกับเครื่องแบบทหารเลย แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า เครื่องหมายที่ประดับบนเครื่องแบบ ผกท. ไม่เหมือนทหาร

เริ่มรู้ล่ะ แล้วเขามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง”    
ผกท. มีหน้าที่ ปกครองบังคับบัญชากํากับดูแล นักศึกษาวิชาทหารในสถานศึกษาของตนเอง ให้อยู่ในระเบียบวินัยและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามแบบธรรมเนียม ที่กองทัพบกหรือส่วนราชการกองทัพบกกําหนด

เอ่...สงสัย เป็นครู อาจารย์ แล้วแต่งเครื่องแบบทหารได้หรา”   
ถามดีนี่  แต่งได้ซิ เพราะเขาผ่านการอบรม หลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร มาแล้ว มีประกาศนียบัตรรับรองด้วย เรียกว่าถูกต้องตามกฎหมายเลย"

งั้นครูคนไหนอยากแต่งเครื่องแบบทหาร ก็ไปอบรม จบแล้วก็แต่งได้ซิ”  
มันไม่ง่ายขนาดนั้นนะ  ใช่ว่า ครู อาจารย์ทุกคนจะเป็น ผกท.ได้หมด เขามีกฎกติกาอยู่เหมือนกัน     ดูนี่ซิ
          -สถานศึกษา ต้องได้รับอนุมัติจากกองทัพบก ให้เป็นสถานศึกษาวิชาทหาร
          -จํานวนนักศึกษาวิชาทหาร  ๑๐๐ คน ต่อ
 ผู้กํากับนักศึกษาวิชาทหาร ๑ คน
          -และ ผกท.มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
                   เป็นครู อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ในสถานศึกษา

                   เป็นผู้ไม่เคยมีความประพฤติเสียหายอย่างร้ายแรงมาก่อน  
                   ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย  
                   ไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก นอกจากความผิดฐาน ประมาทหรือ              ความผิดลหุโทษ 
                   ไม่เป็นผู้ฝักใฝ่นิยมลัทธิการปกครองที่เป็นภัยต่อ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์              
                   ไม่มีโรคประจําตัวอันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือโรคอันเป็นที่ รังเกียจของสังคม หรือร่างกายมีความพิการที่เห็นได้ชัด  
                   ไม่เป็นผู้เสพย์สุราแล้วเสียมารยาทเป็นนิจ หรือ เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังอันเสียลักษณะการปกครอง  
                   ได้ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรของกองทัพบก

เหมือนกับ กองทัพ เข้าควบคุมสถานศึกษาเลย”  
ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย  สถานศึกษาสามารถจัดการเรียน การสอนได้ตามปกติ เพียงแต่กองทัพบกได้ดูแล ผกท.ที่อยู่ในเครื่องแบบ และดูแล นศท. ให้ปฎิบัติตนเหมาะสม สมเกียรติ สมศักดิ์ศรีที่แต่งเครื่องแบบของกองทัพบก เท่านั้นเอง ”

“ครูที่เป็น ผกท.ได้รับค่าตอบแทนพิเศษบ้างไหม”
“ไม่มีหรอก ผกท.เขาทำหน้าที่ด้วยใจรัก เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว ร่วมสร้างสรรค์ความดี ให้เกิดขึ้นในกิจการนักศึกษาวิชาทหาร กองทัพบกตอบแทนคุณความดี แก่ผู้มีคุณสมบัติดีเด่น  หรือผลงานดีเด่น ด้วยการเชิดชูเกียรติ เช่น  การมอบประกาศเกียรติคุณ หรือมอบเครื่องหมาย,วัตถุเชิดชูเกียรติ”

“ โอ้ ผกท.น่ารักจังเลย ”
“ใช่แล้ว  ลองสังเกต ครู อาจารย์ ที่ทำหน้าที่ ผกท.ดูซิ เวลา นศท.ไปฝึกในค่ายทหาร ผกท.ก็ตามไปดูแล คอยช่วยเหลือทุกๆอย่าง คอยรับ คอยส่ง ช่วยประสานงานระหว่าง สถานศึกษากับ ครูฝึกฝ่ายทหาร  เมื่อ นศท.ไปฝึกภาคสนาม ผกท.ก็ไปส่ง ไปรับเหมือนปกติ แถมยังพักอยู่กับ นศท.ในภาคสนาม ด้วยเหมือนกัน ”

บทบาทและหน้าที่ของ ผกท.
เป็นไปตาม พรบ.ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ.2503   มีหน้าที่ประสานการปฏิบัติเกี่ยวกับกิจการนักศึกษาวิชาทหาร ในด้านธุรการ  การฝึกและการกําลังพลทั้งปวง กับส่วนราชการกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง  และตามที่ได้รับการร้องขอ  เป็นผู้อบรมปลูกฝังทัศนคติและอุดมการณ์ที่ถูกต้องแก่นักศึกษาวิชาทหาร ที่มีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของชาติ การเสียสละและการบําเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และการเป็นพลเมืองดี  ที่สำคัญ ผกท.จะต้องเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างให้กับที่ดี ให้กับ ครู อาจารย์ นักศึกษาวิชาทหาร รวมถึงนักเรียน นักศึกษาทั่วไป ในสถานศึกษาอีกด้วย

อ้างอิง :ระเบียบ ทบ.ว่าด้วยผู้กำกับผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารและ ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ.2554