14 มิ.ย. 2559

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเตะหมา (ก็เพื่อให้รู้ทันกฎหมายหมา)


1.กฎหมายประเทศไทยเป็นระบบกล่าวหา ตำรวจมีหน้าที่ส่งฟ้องคดีอาญาตาม พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามมาตรา 20 โดยเฉพาะที่คดีเจ้าของหมาเขาเอาเรื่อง ตำรวจจะอ้างคนเตะหมาว่า เขาป้องกันตัวไม่ได้ยังไงต้องฟ้องคดี(ส่วนข้ออ้างป้องกันตัวไปว่ากันในศาล) ซึ่งคดีเตะหมาก็มีโทษจำคุกสูงถึง 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 4หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ(มาตรา31)

2.เมื่อเราถูกฟ้องคดีอาญา เราจะกลายเป็นผู้ต้องหาทันที ซึ่งผลที่ตามมาคือการพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อทำ “ประวัติอาชญา กรรม” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แค่เตะหมาต้องพิมพ์ประวัติอาชญากรรมเลยเหรอว่ะ  อ่านไม่ผิดหรอกครับ มันเป็นรูปแบบก่อนทำการฟ้องคดีของตำรวจเขา ซึ่งประวัติตัวนี้จะไม่ถูกลบจนกว่าจะมีกฎหมายเฉพาะออกมา อาจจะอยู่ยาวๆถึง 10-20 ปีได้ เมื่อไปสมัครงานบางแห่งคนมีประวัติคดีความเขาไม่รับเข้าทำงานเลย เตะหมาก็ตกงานอีก

3.บางคดีอาจจะต้องประกันตัวหากตำรวจ หรือศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ก็อาจจะต้องมีเงินวางประกันตัวซัก 30,000 บาท มากน้อยแตกต่างกันตามแต่ดุลยพินิจศาลแต่ละแห่ง เพื่อจะได้ต่อสู้คดี และหากไม่มีเงินอาจจะต้องไปนอนเรือนจำระหว่างการพิจารณาคดีได้ (ตามหลักคนจนแต่ดันซวยเตะหมาเพราะหมาจะกัด)

4.การต่อสู้คดีในศาลก็เหมือนการต่อสู้คดีอาญาทั่วๆไป  ไม่ได้มีหลักการอะไรแตกต่างกัน ถ้าจำเลย (ผู้ต้องหาในชั้นตำรวจ แต่เป็นจำเลยในชั้นศาลเหมือนโจรทั่วๆไป) เมื่อจำเลยจะอ้างเหตุไม่ต้องรับโทษมาตรา 21 ของ พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ ก็ถึงคราวจำเลยต้องมาพิสูจน์แล้วล่ะว่าป้องกันตัวอย่างไร ไหนขอดูพยานหลักฐานหน่อย มีภาพ เสียง คลิป หรือรอยถูกกัดไหม พยานบุคคลมีไหม (ผมนี่ไม่นึกว่าวันหนึ่งต้องมาทำคดีให้คนต่อสู้กับหมานะเนี่ย) ถ้าพอมีเงินก็จ้างทนายความเอง ค่าทนายก็ไมได้บาทสองบาทนะครับ  ถ้าไม่มีเงินศาลจะตั้งทนายขอแรงงานให้ฟรีไม่ต้องเสียเงิน ก็ขอให้โชคดีได้ทนายดีๆแล้วกัน

5. ระยะเวลาการต่อสู้คดีในศาลบอกเลยว่าไม่ได้ไปแล้วจบเพราะจำเลยไม่ได้รับสารภาพแต่จำเลยอ้างเหตุไม่ต้องรับโทษซึ่งต้องมีการสืบพยาน การสืบพยานนี่แหละใช้เวลานานถ้าศาลไหนคดีเยอะกว่าจะจบเรื่องอาจจะเป็นปีๆ (นี่ต้องมาเสียเวลากับหมานานเหมือนสู้คดีกับคนเลยนะนี่) ตามข่าวที่ออกมาเรื่องพ่อค้าข้าวมันไก่ฆ่าหมา เข้าใจว่านั้นน่าจะรับสารภาพด้วยยังใช้เวลาตั้งหลายเดือน เพราะถ้าสู้คดีนานกว่านั้นเชื่อซิ คนดีๆไม่เคยขึ้นศาลทุกคนเครียดนะไม่ใช่เรื่องสนุกการขึ้นศาลเนี่ยลูกความผมส่วนมากนอนไม่หลับเพราะกังวลไปต่างๆนานา"  

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
 http://www.kroobannok.com/article-78982

สิทธิของ นศท.

1 การแต่งกาย

นักศึกษาวิชาทหารมีสิทธิแต่งเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารได้ ตามพระราชบัญญัติ
เครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารและเครื่องแบบผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ. 2521 
ทั้งนี้ต้องได้รับการฝึกท่าเบื้องต้นมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 16 ชม.















2 การยกเว้นตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 

(ทหารกองประจำการ = ทหารเกณฑ์)  นักศึกษาวิชาทหารซึ่งอยู่ในระหว่างเข้ารับการฝึก
วิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมกำหนดตามพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 มีสิทธิได้รับการยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือก
เข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร 
พ.ศ. 2497  ( งงมั๊ย แปลเป็นไทยได้ว่า ในระหว่างที่เป็น นศท. แม้ว่าจะมีอายุ 21 ปี  
ซึ่งชายไทยที่มีอายุ 21 ปี ต้องไปเกณฑ์ทหาร  ตามข้อนี้ คนที่เป็น นศท.
ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร ครับ)

3 ถ้าฝึก นศท.ไม่จบ ปี 3  แล้วต้องไปเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 1 มีสิทธิเข้าลดวันรับราชการทหารกองประจำการ 
เหลือ 1 ปี 6 เดือน หรือสมัครเป็นทหารเลย  ลดวันรับราชการทหารกองประจำการ เหลือ 1 ปี
นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 2 มีสิทธิเข้าลดวันรับราชการทหารกองประจำการ เหลือ 1 ปี 
หรือสมัครเป็นทหารเลย เหลือ 6 เดือน
นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3 มีสิทธิได้รับการขึ้นทะเบียนกองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ( แปลว่า ไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร )

4 การเพิ่มคะแนนพิเศษ
นักศึกษาวิชาทหารมีสิทธิได้รับการเพิ่มคะแนนพิเศษ เมื่อสอบเข้าโรงเรียนทหาร 
ตามข้อบังคับ กห.ว่าด้วยโรงเรียนทหาร พ.ศ. 2492  เช่น รร.นส.ทบ.  
รร.จ่าทหารเรือ  รร.จ่าทหารอากาศ  รร.ช่างฝีมือทหาร

สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 1 เพิ่มให้ร้อยละ 3
สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 2 เพิ่มให้ร้อยละ 4
สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 เพิ่มให้ร้อยละ 5
สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 4 เพิ่มให้ร้อยละ 6
สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5 เพิ่มให้ร้อยละ 7

5 การแต่งตั้งยศทหาร
การแต่งตั้งยศทหารของนักศึกษาวิชาทหารผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร  ตามกฎหมาย
ว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2537 ดังต่อไปนี้ 


ระดับการศึกษา
วิชาทหารหลักสูตรของ กห.
ระดับการศึกษา
วิทยฐานะ ศธ.รับรอง
ยศทหาร
ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ
อักษรย่อ
ทบ. ทร. ทอ.
เงื่อนไข
ชั้นปีที่ 3
มัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบเท่า)
สิบเอก จ่าเอก จ่าอากาศเอก
ส.อ., จ.อ., จ.อ.
ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว
ชั้นปีที่ 5
อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี
ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี
ร.ต., ร.ต.(ชื่อ) ร.น., ร.ต.
ได้รับการฝึกอบรมตามระเบียบการแต่งตั้งยศของเหล่าทัพแล้ว นำขึ้นทะเบียนและนำปลด

ลงบัญชีทหารกองเกิน


“ชายที่มีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้า 18 ปี (17 ปีบริบูรณ์ ) ใน พ.ศ.ใด 
ให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน  (ไปลงทะเบียนทหารกองเกิน) 
ณ อำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของตน ภายใน พ.ศ.นั้น”

“แปลไทยเป็นไทย ได้ความว่า เมื่อหนุ่มน้อย อายุครบ 17 ปี  ต้องลงทะเบียนในปีนั้น”  
“แล้วนับแบบไหนล่ะครับ  เดือนชนเดือน ปีชนปี หรือเปล่าครับ”  
“555  บ่แม่น  ทหารเขานับแบบนี้ครับ  ท่านเกิด พ.ศ.ใด เมื่อสิ้น พ.ศ.นั้น 
แสดงว่าท่านมีอายุครบ 1 ปีบริบูรณ์” 
เอ้า  แล้ววิธีคิด คิดอย่างไรว่าครบ 17 แล้ว   เอาสูตรนี้เลย   ชัวร์แน่แชร์ได้เลย   
“เอา พ.ศ.ที่เกิด + 17 ได้เท่าไหร่ เป็น ปี พ.ศ. ที่ต้องไปลงทะเบียนทหารกองเกิน ”  
เช่น น้อง มากเดช เกิด 30 ธ.ค. 2542 เอา 2542 + 17 ได้เท่ากับ 2559  
แสดงว่า น้อง มากเดช ต้องไปลงทะเบียนทหาร ในปี พ.ศ. 2559   
แล้วจะให้ไปวันไหนครับ  “ ไปวันราชการซิครับ จันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 16.30 
ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.59 – 30 ธ.ค.59 ”

ผู้ใดไม่สามารถไปลงทะเบียนทหารกองเกินด้วยตนเองได้ 
ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติและเชื่อถือได้ ไปแจ้งแทน(ปกติควรให้ผู้ปกครอง เช่น พ่อ แม่ พี่ ) 
ถ้าไม่ไปแจ้งแทนในปีนั้นถือว่า หลีกเลี่ยงขัดขืนทางอำเภอแจ้งความดำเนินคดี
มีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
(ส่งให้พนักงานสอบสวน คือ ตำรวจเปรียบเทียบปรับไม่ได้  ต้องดำเนินคดีถึงชั้นศาล)  
เมื่อได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว ให้ถือว่าเป็นทหารกองเกินตั้งแต่ วันที่ ๑ ม.ค. ของปีถัดไป

การลงบัญชีทหารกองเกิน ไปลงที่ไหน 
      กรณีบิดาและมารดาสมรสกันตามกฎหมาย ให้ถือภูมิลำเนาของบิดา
      ถ้าบิดาถึงแก่กรรมแล้ว มารดายังมีชีวิตอยู่ ให้ถือภูมิลำเนาของมารดา
      ถ้าทั้งบิดาและมารดาถึงแก่กรรมแล้ว  ถือภูมิลำเนาผู้ปกครอง
      ถ้าบุคคลดังกล่าวถึงแก่กรรมหมด ให้ลงบัญชีทหารที่อำเภอท้องที่
  ที่ผู้ขอลงบัญชีทหารมีภูมิลำเนาอยู่
      ถ้ามีพ่อ  แต่พ่อเป็นคนต่างชาติ   ให้ถือภูมิลำเนาของมารดา 
                
ต้องนำหลักฐาน อะไรไปบ้างล่ะครับ
บัตรประจำตัวประชาชน   สำเนาทะเบียนบ้านของตัวเอง  (ที่มีชื่อบิดา หรือมารดา) 
สูติบัตร ถ้ามี เอาไปด้วย  ไปยื่นต่อนายอำเภอท้องที่ 
เมื่อนายอำเภอท้องที่ได้ตรวจสอบหลักฐาน เอกสารเห็นว่าถูกต้องแล้วจะรับลงบัญชีทหาร
และออก “ใบสำคัญทหารกองเกิน” (แบบ สด.๙)  ให้เป็นหลักฐาน   แฮ่ๆๆ เสร็จแล้ว

“ปุกาด  ปุกาด  ใครเกิด พ.ศ.2542  ไปลงทะเบียนด่วนเลยภายในปี 2559 นี้ นะครับ”



12 มิ.ย. 2559

เมื่อประกาศผลการคัดเลือกเป็น นศท.

โดยปกติ นรด.(หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน) จะกำหนด ให้ ศฝ.ประกาศผลการคัดเลือกเป็น นศท.ได้ ๒ ครั้ง หรือ ๒ รอบเท่านั้น   เช่น  ศฝ.ได้รับอนุมัติให้รับ นศท.ปี ๑ ได้จำนวน ๒,๐๐๐ คน   ศฝ.ต้องประกาศผลครั้งแรกหมดเลย ๒,๐๐๐ คน โดยเรียงคะแนน จากผลการทดสอบร่างกาย  เริ่มที่ ๓๐๐, ๒๙๙, ๒๙๘ จนครบ ๒,๐๐๐ คน  แหมยุติธรรมดีจัง  ในใบประกาศผลก็ต้องกำหนดวัน เวลา สถานที่ รับรายงานตัวไว้ด้วย เมื่อสิ้นสุดเวลารับรายงานตัว  ต้องตรวจนับยอดว่า มี นร.มารายงานตัวครบ ๒,๐๐๐ คนหรือไม่  ถ้าครบ  จบครับ  ถ้าไม่ครบ  ขาดอีกเท่าไหร่  ก็ต้องไล่คะแนน ลงไปอีก  จนครบ แล้วจึงนำรายชื่อไปประกาศผล เป็นรอบที่ ๒  ก็ยุติธรรมอีกแล้ว  มันต้องได้อย่างนี้ซิ

โดยปกติ ศฝ.จะไม่ปฏิบัติตามนโยบายของ นรด. ในการประกาศผลการคัดเลือก นศท. เพราะจะเกิดปัญหายุ่งยาก และยุ่งตายห่า ถ้าทำตามเขา เช่น ลูกครูฝึก ทดสอบไม่ผ่านจะทำอย่างไร  หลานสาวกำนัน ก็ไม่ผ่าน  ลูกนายอำเภอด้วย  ลูกเมียน้อยของท่านนายกเทศบาลอีก  คนดีๆซี้กันทั้งนั้น เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งนั้น  อันนี้แหละที่จะเป็นปัญหายุ่งตายห่า  เพราะฉะนั้น ศฝ.จึงคิดใหม่ ทำใหม่ ประกาศผลการคัดเลือกเป็น ๓ รอบซะเลย ประกาศผลรอบที่ ๑ คัดเอาเฉพาะคนที่เก่งจริง ของจริง เจ๋งจริง ได้คะแนนเต็ม ๓ ท่า ๓๐๐  โยนลงเว็บไซด์ ตูม  โยนลงเฟสบุ๊ค ตูม  รอบแรกก็ประมาณ ร้อยละ ๓๐ รวมแล้วประมาณ ๖๕๐ คน  ปล่อยให้ ให้ นร.ได้ตื่นเต้นกับผลรอบแรก  ทางนี้ก็จัดการเอารายชื่อ ลูกท่าน หลานเธอมาใส่ๆๆ  แล้วพลางตัวด้วยคนที่ได้คะแนน ๒๙๙,๒๙๘,๒๙๗ คละๆกันไป ปัญหาที่จะยุ่งตายโหงตายห่าก็จะไม่เกิดขึ้น  ยุติธรรมดีนะ (หลานสาวกำนันบอก)   รวมแล้วประมาณ ๘๐๐ คน  โยนลงเว็บไซด์ ตูมใหญ่  โยนลงเฟสบุ๊ค ตูมใหญ่ อู้ยยย ดีใจกันยกใหญ่ล่ะคราวนี้  รวม ๒ รอบ สมหวังไปแล้ว ๑,๔๕๐ คน เหลือโควต้า อีก ๕๕๐ คน

"รอบ3 ประกาศผลกี่โมง
รอบ3มีอีกวันไหนอีกค่
นศท. จะโอกาศพวกที่ไม่ติดอีกไหม้ครับ
ประกาศรอบที่ ๓ วันไหนครับ
รอบที่สามนี้คือสุดท้ายใช่ไหมคับ
หลวงประธานไม่มีหรอคะ
วิทยาลัยสารพัดช่างสงขลา ไม่มีครับ
ลูกไม่ติดรอบแรก ไม่ทราบประกาศรอบสองเมื่อไรค่ะ"

นั่น เป็นเสียงส่วนหนึ่ง ของ นร.และผู้ปกครอง ที่เรียกร้อง รอคอย รอบที่ ๓ ขอให้เป็นรอบที่มีความยุติธรรมสำหรับพวกเขาบ้าง  ขอส่งเสียงเรียกร้องเบาๆ ไปยังผู้มีอำนาจล่ะกัน  ผมส่งเสียงดังกว่านี้ไม่ได้  เพราะยังเป็นข้าราชการ นะ

จากยอดผู้สมัคร เกือบ ๙,๐๐๐ คน สามารถรับเช้าเป็น นศท.ชั้นปีที่ ๑ ได้เพียง ๒,๑๐๐ คน  ยิ่งเป็น นร.หญิง ยิ่งแย่ลงไปอีก  เพราะ นรด.กำหนดไว้ว่า อัตราส่วน ชาย: หญิง เป็น ๗:๑  แปลเป็นไทยได้ว่า  ยอดทั้งหมด ๒,๑๐๐  เป็นของเพศชาย ๑,๘๐๐ คน  เป็นของเพศหญิง ๓๐๐ คน   ว้าา ไหนว่าเสมอภาคกัน  หญิงเท่าเทียมชาย  หรือชายเท่าเทียมหญิง ผมว่าต้องเรียกร้องให้ครบทุกเรื่อง  ผู้หญิงว่าไง  เอาเลยซิ เรียกร้องเลย  ไม่ร้อง ไม่มีสิทธิ์เพิ่มขึ้นนะ จะบอกให้
  
ประกาศผลรอบ ๓ และรับรายงานตัว รอบ ๓ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ มิ.ย. ก่อนจะถึงวันที่ ๑๕  ศฝ.เกิดความคิดแจ่มจรัสขึ้นมาว่า  น่าจะรายงานไปถึงนายใหญ่ ที่ กทม.ทราบว่า ในพื้นที่ สงขลา พัทลุง สตูล มีเด็กๆ นร.ให้ความสนใจอยากฝึก นศท.มากๆๆ  อยากเป็น รด.จิตอาสา  อยากช่วยชาติ ชอบช่วยเหลือสังคม  ชอบบริจาคโลหิต  ซึ่ง  กิจกรรมเหล่านี้  ถ้าได้เข้าร่วมด้วยเครื่องแบบ นศท.แล้ว  มันจะทำให้ประเทศชาติดูดี  เป็นที่สู้ดดดด     เปลี่ยนความคิดเป็นการกระทำเลยครับ  รายงานด่วน  ถึง  นรด. ความว่า ศฝ. ขอยอด นศท.ปี ๑ เพิ่มเติม  ๑,๕๐๐ คน สำหรับผู้ชาย ๑,๐๐๐  สำหรับ หญิง ๕๐๐ ฉะนั้น  ถ้าเป็นไปตามที่ได้ทำนายไว้  ต้องประกาศลงเฟส ตูมเบ่อเริ้มม

เพราะอากาศร้อนในตอนบ่าย  กอรปกับ เมื่อคืนนอนดึก เพราะเชียร์ อังกฤษ ลุยบอลยูโร  2016  ผมตื่นนอนด้วยความอ่อนเพลีย  ยังนอนไม่อิ่มเอมเลย ร้อนจริงๆ  ทำท่าว่าฝนน่าจะตกในเย็นวันนี้  เอ้าตื่นก็ตื่น  ฝันกลางวันจึงเป็นเรื่องนี้ "ประกาศผล นศท.รอบ ๓"

เล่าเรื่อง การสมัครเป็น นศท.

ช่วงเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ของทุกปี จะมีการคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อเข้าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เข้ารับการคัดเลือกจะต้องมีคุณลักษณะดังนี้
  1. สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 1.00  กำหนดเกรดต่ำจัง  (ใช่ๆ คงต้องการคนฉลาดน้อย)
  2. กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่เป็นวิชาทหาร (หมายถึง โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ที่เปิดให้มีการฝึก นศท.) จะเป็น นร.ม.4,5,6   ปวช.1,2,3   ก็ได้
  3. เป็นบุคคลเพศชาย,หญิง , กะเทย, ตุ๊ด, ทอม ,ดี้ ก็ได้  แต่ต้องมีสัญชาติไทย
  4. เป็นบุคคลผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 22 ปี นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และต้องได้รับคำยินยอมจาก บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง (กรณีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 
  5. เป็นบุคคลที่ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรค ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
  6. เป็นบุคคลผู้มีน้ำหนัก ขนาดรอบตัว ขนาดส่วนสูง ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบร่างกาย ตามเกณฑ์ที่กำหนด
  7. มีใบรับรองของสถานศึกษาว่ามีความประพฤติเรียบร้อย สมควรเข้ารับการฝึกวิชาทหาร
  8. ไม่เป็นทหารประจำการ , ทหารกองประจำการ , ผู้ที่ปลดประจำการ ภายหลังจากรับราชการในกองประจำการครบกำหนด แล้วปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 แล้ว หรือ ถูกกำหนดตัวให้เข้ากองประจำการแล้ว
นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้เป็นบุคคลผู้มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI: Body Mass Index) อยู่ในเกณฑ์ปกติ และต้องไม่อยู่ในภาวะ โรคอ้วน ซึ่งมีดัชนีความหนาของร่างกาย ต้องน้อยกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร       (BMI = น้ำหนักตัว (กก.) / ส่วนสูง² (ม.²)   
ต้องผ่านเกณฑ์ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ดังนี้ คือ                                                                         นักเรียนชาย วิ่ง 800 เมตร ใน 3 นาที 15 วินาที /ลุกนั่ง 34 ครั้ง ใน 2 นาที  /ดันพื้น (วิดพื้น) 22 ครั้ง ใน 2 นาที         นักเรียนหญิง  วิ่ง 800 เมตร  ใน 4  นาที  /ลุกนั่ง 25 ครั้ง ใน 2 นาที  /ดันพื้น (วิดพื้น) 15 ครั้ง ใน 2 นาที
การสมัคร นศท. นักเรียนจะต้องสมัครกับ ผกท.(ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร) ก็คือ ครู. อาจารย์ ที่ รร.นั่นแหละ  ใครสมัครก็จะได้รับใบสมัคร(ใบ รด.๑)  ๑ ใบ กรอกข้อความให้เรียบร้อยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  และมีช่องที่ คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองต้องลงชื่อยินยอมด้วย  ผอ.ที่ รร.ก็ต้องลงชื่อรับรองด้วย  
ในใบสมัครต้องปิดรูปถ่ายด้วยนะ  ขนาด 3x4 ซม. เป็นภาพสี หรือขาวดำก็ได้  ต้องเป็นภาพถ่ายที่พิมพ์มาจากเครื่องพิมพ์รูปเท่านั้นนะ  ถ้าเป็นรูปที่พิมพ์จากกระดาษ เอ 4 หรือรูปจากภาพโปสการ์ด แล้วตัดเอามาแปะ 5555 ซวยแน่  ครูทหารเขาตรวจละเอียดนะครับ เขาถือว่าไม่ให้เกียรติ อาจะถูกวิดพื้นเป็นโหลแน่ 

นอกจากใบสมัครแล้ว ต้องแนบเอกสารอีกหลายอย่าง เช่น สำเนาทะเบียนบ้านตัวเอง  สำเนาทะเบียนบ้านของพ่อ  ทะเบียนบ้านของแม่  ใบรับรองแพทย์  ใบ ปพ.1 ฉบับสมบูรณ์ หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชื่อสกุล  หากพ่อ แม่ ถึงแก่กรรม ก็ต้องแนบ ใบมรณะบัตรด้วย 

       เมื่อหลักฐาน เอกสารพร้อมแล้ว  ถึงวันที่กำหนด  ผกท.ก็จะพา นักเรียนไปทดสอบร่างกาย (สอบ นศท.) ตามสถานที่ที่ได้นัดหมายกันไว้  พี่ๆทหาร เขาจะมาคอยกันตั้งแต่เช้า  โดยจัดตั้งเป็นสถานี ดังนี้
       สถานีแรก   "จัดสาย" จัดลำดับ รร.ไหนมาก่อน มาหลัง 
       สถานีต่อไป "ชุมทางหาดใหญ่"  555 ม่ายช่าย  "ตรวจหลักฐาน" เขาจะดูแค่ มีใบรับรองแพทย์หรือไม่   อายุ ขาด เกิน หรือไม่ แล้วส่งต่อไปยัง
       สถานีวัดขนาด  สถานีนี้ต้องไปวัด นะครับ    เอ้าจะให้ไปวัดไหนหล่าว    แหมๆ  วัดทรวดทรงองค์เอวไง   5555  เขาวัด ส่วนสูง   วัด รอบ อก (เฉพาะ ผช.) และชั่ง นน. เพื่อเอามาคำนวน BMI  แล้วทำไมไม่วัดรอบ อก ผญ.ด้วย  555  ไม่ต้อง เดี๋ยวโดนข้อหาอนาจาร  ออกจากวัดไปต่อ
       ถึงแล้วสถานีดันพื้น  ,วิดพื้น ,วิดน้ำ  เรียกอันไหนก็ได้  เพราะเวลาทำ ทำเหมือนกันนะครับ  สถานี้รี้แหละ ข้อไหล่แทบหลุด สั่นดิ๊กๆๆๆ  เลยนะ โดนแล้วใช่ไหมล่ะ   ไม่ค่อยมีใครทำได้คะแนนเต็มในสถานี้
        ต่อไป สถานีซิตอัพ ,ลุกนั่ง   สถานี้นี้ ผ่านสบาย  เย้ๆๆๆๆ ไปต่อ
         สถานีรถด่วน  คือวิ่งนั่นเอง  800 เมตร  สบายๆๆ  อั้ยยะ เหนื่อยเกือบตาย หอบลิ้นล่อเลย  ทำไมล่ะ แค่ 800 เมตรเอง   มันยากที่จับเวลานี่แหละ  ไม่ซ้อมมาล่ะมึงเอ๋ย  เป็นลมล้มพับนะมึง  ยิ่งวิ่งตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ  หายใจไม่ทัน  รูจมูก 2 รู เอาไม่อยู่  อ้าปากช่วยแล้ว  ก็พังไม่พอ  เป็นลมหวา  
          ทดสอบเสร็จ  กลับบ้าน  รอฟังผล  
       

11 มิ.ย. 2559

การฝึกภาคปกติ ศฝ.นศท.มทบ.๔๒

กำหนดการฝึกภาคปกติ นศท.ชั้นปีที่ 1 – 5 ศฝ.นศท.มทบ.42
ประจำปีการศึกษา 2559
จังหวัด สงขลา ชั้นปีที่ 1 – 3
ฝึกที่ ศฝ.นศท.มทบ.42 ค่ายพระปกเกล้า อ.เมือง สงขลา
ห้วงที่ 1 27 มิ.ย.59 – 30 ก.ย.59 (13.00 – 17.00)
ห้วงที่ 2 31 ต.ค.59 – 16 ธ.ค.59 (13.00 – 17.00)
จังหวัด สตูล ชั้นปีที่ 1 – 3 ฝึกที่ รร.สตูลวิทยา อ.เมือง สตูล
ตั้งแต่วันที่ 3 – 14 ต.ค.59 (08.00 – 17.00)
จังหวัด พัทลุง ตั้งแต่วันที่ 17 - 28 ต.ค.59 (08.00 – 17.00)
ชั้นปีที่ 1 และ 2 ฝึกที่ รร.พัทลุง อ.เมือง พัทลุง
ชั้นปีที่ 3 ฝึกที่ รร.สตรีพัทลุง อ.เมือง พัทลุง
ชั้นปีที่ 4 – 5 ฝึกที่ ศฝ.นศท.มทบ.42 ค่ายพระปกเกล้า
อ.เมือง สงขลา
ตั้งแต่วันที่ 10 – 21 ต.ค.59 (08.00 – 17.00)