10 ก.ค. 2559

การยกเว้น ไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจําการ (ไม่ต้องเป็นทหารเกณฑ์)


กฎหมายกำหนด ข้อยกเว้น ไว้ 2 กรณี คือ

1 ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการกองประจำการ  (ยกเว้นให้ตลอดไป) 
มีบุคคลได้รับสิทธิตามข้อนี้ 2 กลุ่ม คือ

1.1 พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีน
หรือญวนที่มีสมณศักดิ์  พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์  หมายถึง ยศของพระ  เช่น เป็นพระครู  
พระชั้นเทพหรือชั้นธรรม  เป็นต้น
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวนที่มีสมณศักดิ์นั้น หมายถึง ผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนาเหมือนกัน  ต่างกันที่ถือตามนิกายของจีนกับของญวน
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวน  ต้องมีสมณศักดิ์ด้วย จึงจะได้รับการยกเว้น

 1.2 คนพิการทุพพลภาพซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้

2 ยกเว้นไม่เรียกมาเข้ารับการตรวจเลือกในยามปกติ 
(แปลว่ายกเว้นชั่วคราว  เมื่อมีศึกสงคราม หรือประกาศกฎอัยการศึก   ทางทหารสามารถเรียกตัวได้)
มีบุคคลที่ได้รับสิทธิตามข้อนี้หลายกลุ่ม เช่น

2.1 พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม
พระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นนักธรรม หมายถึง ผู้ที่จบนักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรมเอก
เมื่อยื่นเรื่องขอยกเว้นและได้รับการยกเว้นแล้ว ไม่ต้องไปแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกฯ 
ถ้ายื่นไม่ทันก่อนการตรวจเลือก  จะนำหลักฐานไปยื่นขอรับการยกเว้นต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันทำการตรวจเลือกก็ได้ 
หลักฐานที่ต้องนำไปยื่นต่อนายอำเภอเพื่อขอยกเว้น ได้แก่
ประกาศนียบัตรจบนักธรรม
ใบสำคัญ(แบบ สด.9)
หมายเรียก(แบบ สด.35)
หนังสือรับรองของเจ้าอาวาส
หนังสือสุทธิ

2.2 ผู้อยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหาร (ยังไม่จบ รด.ปี 3)
การขอยกเว้นให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีผู้ซึ่งอยู่ในกำหนดต้องเรียกมาตรวจเลือกฯ
ส่ง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม  และ นรด. ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี 
เป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมจะแจ้งไปยังจังหวัดภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น
ให้จัดการยกเว้นให้ แล้วผู้นั้นไม่ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือก

2.3 ครูในสถานศึกษา
ครูซึ่งทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่าง ๆ  ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง
ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึงครูอัตราจ้างด้วย 
 
ครูที่จะมีสิทธิได้รับการยกเว้นจะต้องเข้าลักษณะตามที่กำหนด  ดังนี้
-เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน  นิสิต หรือนักศึกษา ไม่น้อยกว่า 15 คนเป็นปกติ
และในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่า 15 คนนี้ ยกเว้นครูได้คนเดียว
 
-เป็นครูสอนประจำเฉพาะวิชาซึ่งทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา
ไม่น้อยกว่า 15 คนเป็นปกติ  และในจำนวนนักเรียน นิสิต  หรือนักศึกษา
ไม่น้อยกว่า 15 คนนี้  ก็ยกเว้นครูได้คนเดียวเช่นกัน
 
-มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาลงมา   หรือไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมง  สำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา

*** ครู อาจารย์ ไม่ต้องกังวลกับ จำนวนนักศึกษา หรือจำนวนชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์  เพราะว่าทุกๆสถานศึกษามีตัวเลขเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดทั้งนั้น ***

2.4 ผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ
เป็นบุคคลที่ได้แปลงสัญชาติเป็นคนไทยตามกฎหมาย  เจ้าหน้าที่จะทราบว่า
เป็นบุคคลประเภทนี้ตั้งแต่ไปแสดงตนขอลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว
จะจัดการยกเว้นให้ทันทีโดยตัวไม่ต้อง ขอยกเว้นอีก

2.5 บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกครั้งเดียวตั้งแต่ 
10 ปีขึ้นไป  หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหลายครั้ง
รวมกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป  หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกัน 

9 ก.ค. 2559

การขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร นักเรียน นักศึกษา นิสิต

การขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร ไม่ใช่เรื่องยากเลย  ถ้ารู้กฎหมาย ไอ้ที่ไม่รู้นี่แหละคือปัญหา
เพราะไม่เคยได้ยินครูสอนเลยตั้งแต่เรียนชั้นประถม
  
เออเนาะ!! ทำไมรัฐบาลไม่บรรจุไว้ในหลักสูตรชั้นมัธยมซะเลย เราๆท่านๆ 
จะได้รู้กฎหมายใกล้ตัวกะเขาบ้าง

เอาเถอะ  ไม่ได้เรียนก็ไม่เป็นปัญหา ขนาดร่ำเรียนมาเป็นสิบๆปี ก็ใช่ว่าจะจำได้ซะที่ไหน  
คนเก่งอย่างเรา สอบผ่านมาได้ก็เพราะความรู้รอบตัวบ้าง  รอบโต๊ะบ้าง เอาตัวรอดได้ทุกที   
ยิ่งยุคนี้ ยุค IT บายๆ พี่น้อง   ว่าแล้วก็ SEARCH... เลย    จะ๊เอ๋เจอล่ะ

กระทรวงกลาโหม จับมือกับกระทรวงมหาดไทย  ออกกฎกระทรวงร่วมกัน  
(2 กระทรวงนี้จุ๊บปากกัน เมื่อปี 2549  ฮ่าฮ่าฮ่า  ทหารจุ๊บกะตำรวจ ) สรุปความได้ว่า.....

บุคคลที่จะขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารได้นั้น ได้แก่ เลขที่ออก....นักเรียน..นักศึกษา 
และประชาชนทั่วไป    โอ้ๆๆๆ..... นิสิต ด้วย ด้วย ด้วย  
(เด็กจุฬา  กะเด็ก ม.ทักษิณ จะนอยเอา)
(และขอบอกดังๆว่า  การขอผ่อนผันในหัวข้อนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับคนที่เรียน นศท.นะครับ)

กฎเกณฑ์
1 กำลังศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ หรือของเอกชน ระดับ มหาวิทยาลัย  วิทยาลัย 
สถาบันการศึกษาโรงเรียน อะไรอีกล่ะ....... นึกไม่ออกแล้ว    
สรุปว่า  ได้เพ  ได้ทุกระดับการศึกษา  ป.โท ป.ตรี ปวส.ปวช. ม.ปลาย ปวท. 
ตามอัธยาศัย (กศน.)
สรุปว่า ม.ปลาย ขึ้นไป..... ครับเพ่

2 นิสิต นักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อรับ "ปริญญา"  
ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 26 ปี (หลักสูตร ป.ตรี ทุกคณะ ทุกสาขาวิชา)
 ยกเว้นนักศึกษา"วิชาแพทย์ศาสตร์" ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 27 ปี  

3 นักเรียน  นักศึกษา ในสถานศึกษาสายอาชีพ หรือสายเฉพาะทางอื่นๆ เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาหรือระดับปริญญา ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 26 ปี

นักเรียนในสถานศึกษาสายสามัญระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  
ผ่อนผันให้จนถึงอายุ 22 ปี (จบ ม.ปลาย ต้องเรียนต่อ นะจ๊ะ ถึงจะได้ยื้อเวลาต่อไปอีก)

แต่หากจบการศึกษาก่อนกำหนดอายุ  ก็หมดสิทธิการผ่อนผัน

***เมื่อยื่นขอผ่อนผันผ่านสถานศึกษาแล้ว ในวันตรวจเลือกฯ จะต้องไปแสดงตน
เพื่อเข้ารับการตรวจเลือกในฐานะคนผ่อนผันทุกปีในระหว่างการผ่อนผัน  
และจะต้องได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) จากประธานกรรมการ  
หากไม่ไปแสดงตนก็จะมีความผิดเหมือนกันบุคคลทั่วไป***

*เมื่อจบการศึกษาแล้ว  จะต้องแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ภายใน 30 วัน 
นับแต่วันจบการศึกษา (ในความเป็นจริงไม่เห็นมีใครแจ้งเลย  ท่านนายอำเภอก็ใจดีไม่เคยว่าอะไร)*

**ผู้ที่ขอผ่อนผัน  หากในวันตรวจเลือกฯ ประสงค์จะขอเข้าตรวจเลือก ก็ให้ยื่นคำร้องขอสละสิทธิ เพื่อเข้ารับการตรวจเลือกก็ได้ ภายในเวลา 12.00 น.ของวันตรวจเลือก(แน่ะ มีเผื่อเปลี่ยนใจด้วย... อันนี้เป็นแท็คติกนะครับ เช่น ถ้าเราสังเกตดูแล้วเห็นว่า มีคนสมัครเยอะมาก รีบยื่นขอสละสิทธิเลย   เพราะเมื่อมีคนสมัครเต็ม ก็ไม่ต้องจับใบดำใบแดงไงล่ะ ที่นั่งรอกันอยู่  ก็เฮซิครับ 
ผ่านการเกณฑ์ทหารเรียบร้อยเลย)**

ในกฎกระทรวงกำหนดว่า ให้สถานศึกษาทั้งของรัฐ และเอกชน มีหน้าที่แจ้งให้ นิสิต นักศึกษา นักเรียน ในสถานศึกษาของตนเองทราบ ถึงรายละเอียด 
การขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร แล้วเก็บรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ส่งถึง 
ผวจ.ตามภูมิลำเนาของนักเรียน นักศึกษา  ภายใน เดือน ก.พ.ของปีที่จะเกณฑ์ทหาร 

ฉะนั้น  นักเรียน  นักศึกษา ที่จะขอผ่อนผัน ต้องติดตามข่าวจากสถานศึกษาของตนเองนะครับ ว่า ให้ส่งหลักฐานขอผ่อนผันเมื่อไหร่ อย่ารอเดือน ก.พ. เดี๋ยวจะไม่ทันการ  และควรเตรียมเอกสารหลักฐานไว้แต่เนิ่นๆ  เช่น

          1. สด.9 ฉบับจริง พร้อมสำเนา จำนวน 3 ฉบับ
          2. ทะเบียนบ้านฉบับจริง พร้อมสำเนา 3 ฉบับ
          3. สำเนาหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.35) จำนวน 3 ฉบับ(ถ้ามี)
          4. ใบรับรองการเป็นนักศึกษาฉบับจริง พร้อมสำเนา 2 ฉบับ
          5. ใบรายงานผลการเรียน (Transcript) จำนวน 1 ฉบับ (สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2-4)
          6. อื่นๆ เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ของนักศึกษาหรือบิดา มารดา 
          7.แจ้งย้ายภูมิลำเนาทหารพร้อมสำเนา 3 ฉบับ (ถ้ามี)

กรณีของประชาชนทั่วไป ขอผ่อนผันได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ จ้าาา

1.บุคคลที่จําเป็นต้องหาเลี้ยงบิดาหรือมารดา ซึ่งไร้ความสามารถ หรือ พิการทุพพลภาพ หรือชราภาพ จนหาเลี้ยงชีพไม่ได้และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู

2.บุคคลที่จําเป็นต้องหาเลี้ยงบุตรซึ่งมารดาตาย หรือมารดาไร้ความสามารถ หรือมารดาพิการทุพพลภาพ   และบุคคลที่จําเป็นต้องหาเลี้ยงพี่หรือน้องร่วมบิดามารดา ที่มีมีใครเลี้ยงดู

***ในการผ่อนผัน ใช่ว่ายื่นขอผ่อนผันแล้ว จะได้รับการผ่อนผันทุกครั้งไป นะครับ  ทางราชการอาจจะไม่อนุญาตให้ผ่อนผันก็ได้  ถ้า....จำนวนคน(ทหารกองเกิน)ที่เข้ารับการตรวจเลือกไม่พอตามที่ฝ่ายทหารต้องการ  เขาก็จะเอาผู้ที่ขอผ่อนผันนี้แหละ รวมเข้าไปกับทหารกองเกินที่เข้ารับการตรวจเลือก   แฮ่ๆ  ไม่ต้องกังวลไปให้เปรืองสมอง  สมัยนี้ มีแต่คนอยากเป็นทหาร  จริงๆนะ  เช่น 
ตอนเกณฑ์ทหารพอจับได้ใบแดง เป็นพายุล้มพับเลย พอเป็นทหารครบ 2 ปี ไม่อยากปลด ขอร้องให้ผู้พัน อนุญาตให้สมัครอยู่ต่อก็มี  นี่แหละ ไม่ลอง ไม่รู้ รู้แล้วจะประทับใจ ***

ปล. นักเรียนนอก ก็ผ่อนผันได้เช่นกันนะครับ มีกฎกระทรวงกำหนดไว้อีกฉบับหนึ่ง  
ลอง SEARCH   ดูซิครับ





6 ก.ค. 2559

ทหารกองเกิน

ภาษาทหาร วันละคำ

วันนี้  ขอเสนอคำว่า ทหารกองเกิน

ความหมายตาม พรบ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 เขียนว่า.....

“ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ หรือผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรา ๑๘ แล้ว”

ก็ งงงง ล่ะซิท่าน  นักกฎหมายนะ...ฮึ โคตรเกลียดเลย  อ้างมาตราโน่น นี่ นั่น  กะอีแค่พิมพ์ลงไป
ให้มันครบซะ  คนนอกกฎหมายอย่างผม
อ่านแล้วจะได้เข้าใจในบัดนาว ท่านทำไม่ได้ ปัดโถ่

ไม่เป็นไรครับพี่น้อง  ผมจะไปเปิดหาว่า เจ้ามาตรา 16 กับมาตรา 18 ของท่านไปอีแอบอยู่หนใด 
อายนักรึกับการแสดงตัวให้ชาวบ้านได้เห็น

555 เจอแล้วครับ เอามาเรียงเป็นแถวตอนเรียง 1 ได้แบบนี้ ครับโผ้มมมม....

ทหารกองเกิน หมายถึง “ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง 30 ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว  (มาตรา 16 )โดยกำหนดให้บรรดาชายซึ่งมีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้า 18 ปีในพุทธศักราชใด ให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชนั้น ผู้ใดไม่สามารถ
ไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน 
ให้นายอำเภอสอบสวน เมื่อเห็นว่าถูกต้อง ให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ ถ้าไม่มีผู้มาแจ้งแทน 
ให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาลงบัญชีทหารกองเกิน 

เมื่อได้รับการขอลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับ(สด.9) 
ให้ผู้ขอลงบัญชีทหารกองเกินไว้เป็นหลักฐาน หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อ
นายอำเภอท้องที่ เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 1 บาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะ เหตุสุดวิสัยก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้แล้วให้ถือว่าเป็นทหารกองเกินตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ของพุทธศักราชถัดไป 
การลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนด ในกฎกระทรวง(กลาโหม) 

ส่วน (มาตรา 18) บุคคลซึ่งยังมิได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอพร้อมกับคนชั้นปีเดียวกัน เพราะเหตุใด ๆ ก็ดี ถ้าอายุยังไม่ถึง 46 ปีบริบูรณ์ ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับมาตรา 16 ภายใน 30 วัน นับแต่
วันที่สามารถจะปฏิบัติได้ แต่จะให้ผู้อื่นแจ้งแทนไม่ได้ ถ้านายอำเภอจะเรียกตัวลงบัญชีทหารกองเกิน 
ก็ย่อมทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว

เมื่อได้รับการลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับ(สด.9) ให้ไว้เป็นหลักฐาน หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่ โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งบาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียม”


นั่นแหละๆ ความหมายของคำว่า ทหารกองเกิน มันช่างเข้าใจยากจริงๆ มันยาก ยิ่งกว่าดูภาพเขียนที่เป็นชิ้นงานศิลปะชั้นบรมครูซะอีก แฮะ!!! 


อีแค่ ให้ชายไทยอายุ 17 ปี ไปขอลงบัญชี กับนายอำเภอ เสร็จได้ สด.9 พอขึ้นปีใหม่ก็ได้เป็นทหารกองเกิน ส่วนคนที่คิดจะหลีกเลี่ยง ก็เชิญหลีกหนีให้ยาวไปเลย จนอายุครบ 46 ถ้าหลีกเลี่ยงไม่พ้น นายอำเภอก็จะเชิญท่านไปพบศาล ศาลก็จะเมตตาให้ท่านแสดงความรักชาติ ไม่ผลัด 1 ก็เป็นผลัด 2  ส่วนท่านที่หลักเลี่ยงได้อย่างคล่องแคล่ว จนมีอายุครบ 46 ปี ท่านนายอำเภอจะบอกว่า เชิญคุณท่านตามสบายนะครับ ทางราชการไม่ต้องการตัวท่านไปเป็นทหาร อีกแล้ว  


555  หมดอายุความ และ แก่เกินแกง กิ้วๆ



3 ก.ค. 2559

ผกท. คือ ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร

ผกท. ย่อมาจาก ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร

 


เขาคือใครกัน”   
ปกติก็เป็น ครู อาจารย์ อยู่ในสถาบันการศึกษาทั่วไปนี้แหละ ผกท.มีมานานแล้วนะ  โดยถือกำเนิดมาจาก พระราชบัญญัติ ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ.2503
“อยากขยายความอีกนิดหนึ่ง ว่า กฎหมายข้างต้นนั้น ให้มี ผกท.3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่”                                                                     
1  ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ (ผกท.พ.) ก็ต้องพิเศษหน่อย เพราะตำแหน่งนี้ แต่งตั้งให้กับ ระดับผู้บริหารสถานศึกษา  
2 ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร (ผกท.) ตำแหน่งนี้แต่งตั้งให้กับ ครู อาจารย์ทั่วๆไป  
3 ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร (ผช.ผกท.) ตำแหน่งนี้แต่งตั้งสำหรับ ครู อาจารย์ที่มิอาวุโสน้อยกว่า ผกท.
“ทั้ง 3 ตำแหน่ง ต้องทำหน้าที่เหมือนๆกัน โดยมี ผกท.พ.เป็นหัวหน้าใหญ่”

เขาแต่งชุดทหารด้วยนะ”  
ใช่ครับ เป็นเครื่องแบบของเขาอีกชุดหนึ่ง เหมือนกับเครื่องแบบทหารเลย แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า เครื่องหมายที่ประดับบนเครื่องแบบ ผกท. ไม่เหมือนทหาร

เริ่มรู้ล่ะ แล้วเขามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง”    
ผกท. มีหน้าที่ ปกครองบังคับบัญชากํากับดูแล นักศึกษาวิชาทหารในสถานศึกษาของตนเอง ให้อยู่ในระเบียบวินัยและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามแบบธรรมเนียม ที่กองทัพบกหรือส่วนราชการกองทัพบกกําหนด

เอ่...สงสัย เป็นครู อาจารย์ แล้วแต่งเครื่องแบบทหารได้หรา”   
ถามดีนี่  แต่งได้ซิ เพราะเขาผ่านการอบรม หลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร มาแล้ว มีประกาศนียบัตรรับรองด้วย เรียกว่าถูกต้องตามกฎหมายเลย"

งั้นครูคนไหนอยากแต่งเครื่องแบบทหาร ก็ไปอบรม จบแล้วก็แต่งได้ซิ”  
มันไม่ง่ายขนาดนั้นนะ  ใช่ว่า ครู อาจารย์ทุกคนจะเป็น ผกท.ได้หมด เขามีกฎกติกาอยู่เหมือนกัน     ดูนี่ซิ
          -สถานศึกษา ต้องได้รับอนุมัติจากกองทัพบก ให้เป็นสถานศึกษาวิชาทหาร
          -จํานวนนักศึกษาวิชาทหาร  ๑๐๐ คน ต่อ
 ผู้กํากับนักศึกษาวิชาทหาร ๑ คน
          -และ ผกท.มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
                   เป็นครู อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ในสถานศึกษา

                   เป็นผู้ไม่เคยมีความประพฤติเสียหายอย่างร้ายแรงมาก่อน  
                   ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย  
                   ไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก นอกจากความผิดฐาน ประมาทหรือ              ความผิดลหุโทษ 
                   ไม่เป็นผู้ฝักใฝ่นิยมลัทธิการปกครองที่เป็นภัยต่อ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์              
                   ไม่มีโรคประจําตัวอันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือโรคอันเป็นที่ รังเกียจของสังคม หรือร่างกายมีความพิการที่เห็นได้ชัด  
                   ไม่เป็นผู้เสพย์สุราแล้วเสียมารยาทเป็นนิจ หรือ เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังอันเสียลักษณะการปกครอง  
                   ได้ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรของกองทัพบก

เหมือนกับ กองทัพ เข้าควบคุมสถานศึกษาเลย”  
ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย  สถานศึกษาสามารถจัดการเรียน การสอนได้ตามปกติ เพียงแต่กองทัพบกได้ดูแล ผกท.ที่อยู่ในเครื่องแบบ และดูแล นศท. ให้ปฎิบัติตนเหมาะสม สมเกียรติ สมศักดิ์ศรีที่แต่งเครื่องแบบของกองทัพบก เท่านั้นเอง ”

“ครูที่เป็น ผกท.ได้รับค่าตอบแทนพิเศษบ้างไหม”
“ไม่มีหรอก ผกท.เขาทำหน้าที่ด้วยใจรัก เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว ร่วมสร้างสรรค์ความดี ให้เกิดขึ้นในกิจการนักศึกษาวิชาทหาร กองทัพบกตอบแทนคุณความดี แก่ผู้มีคุณสมบัติดีเด่น  หรือผลงานดีเด่น ด้วยการเชิดชูเกียรติ เช่น  การมอบประกาศเกียรติคุณ หรือมอบเครื่องหมาย,วัตถุเชิดชูเกียรติ”

“ โอ้ ผกท.น่ารักจังเลย ”
“ใช่แล้ว  ลองสังเกต ครู อาจารย์ ที่ทำหน้าที่ ผกท.ดูซิ เวลา นศท.ไปฝึกในค่ายทหาร ผกท.ก็ตามไปดูแล คอยช่วยเหลือทุกๆอย่าง คอยรับ คอยส่ง ช่วยประสานงานระหว่าง สถานศึกษากับ ครูฝึกฝ่ายทหาร  เมื่อ นศท.ไปฝึกภาคสนาม ผกท.ก็ไปส่ง ไปรับเหมือนปกติ แถมยังพักอยู่กับ นศท.ในภาคสนาม ด้วยเหมือนกัน ”

บทบาทและหน้าที่ของ ผกท.
เป็นไปตาม พรบ.ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ.2503   มีหน้าที่ประสานการปฏิบัติเกี่ยวกับกิจการนักศึกษาวิชาทหาร ในด้านธุรการ  การฝึกและการกําลังพลทั้งปวง กับส่วนราชการกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง  และตามที่ได้รับการร้องขอ  เป็นผู้อบรมปลูกฝังทัศนคติและอุดมการณ์ที่ถูกต้องแก่นักศึกษาวิชาทหาร ที่มีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของชาติ การเสียสละและการบําเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และการเป็นพลเมืองดี  ที่สำคัญ ผกท.จะต้องเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างให้กับที่ดี ให้กับ ครู อาจารย์ นักศึกษาวิชาทหาร รวมถึงนักเรียน นักศึกษาทั่วไป ในสถานศึกษาอีกด้วย

อ้างอิง :ระเบียบ ทบ.ว่าด้วยผู้กำกับผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารและ ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ.2554

29 มิ.ย. 2559

เวลาเรียน การลา ขาดเรียน การเรียนชด การตัดคะแนน

นรด.ได้กำหนดเป็นระเบียบไว้ฉบับหนึ่ง  ชื่อว่า "ระเบียบหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
ว่าด้วย การปกครองบังคับบัญชา การฝึกและการสอบนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ.2555"
เพื่อเป็นแนวทางในการปกครองให้ นศท.อยู่ในระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
ต่อสังคม เพื่อให้สำเร็จออกมาเป็นกำลังสำรองที่มีคุณภาพ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

สรุปสาระสำคัญยิ่งของระเบียบนี้ได้ว่า

1 นศท. มีคะแนนความประพฤติคนละ 100 คะแนน ใครที่ถูกตัดคะแนน เกิน 50 คะแนน ไม่มีสิทธิ์สอบภาคปฎิบัติและภาคทฤษฎี (เท่ากับ สอบตก)

2 ผู้ที่ยังไม่เคยรับการฝึกวิชาทหารมาก่อน ให้เริ่มทำการฝึก ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 และในปีการศึกษาหนึ่ง นศท.จะเข้ารับการฝึกได้เพียงชั้นปีเดียว (แปลว่า ให้เรียนปีการศึกษาละ 1 ชั้นปี)

3 ผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จะต้องมีเวลารับการฝึกครบ 80 ชั่วโมง

4 การลาและการขาดการฝึกในภาคปกติ
    -นศท.ขาดเรียน 1 ครั้ง (4 ชม.)  ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน และถูกตัดเวลาเรียน 4 ชม.
ฉะนั้น ถ้าขาดเรียน 4 ครั้ง จะถูกตัดคะแนนความประพฤติ 60 คะแนน
(เท่ากับ สอบตก ตามเงื่อนไขในข้อ 1)
    -หากขาดเรียน 3 ครั้ง ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 45 คะแนน ยังมีสิทธิ์สอบอยู่นะ  แต่  จะต้องไปเรียนชดเชยให้ครบตามจำนวนวันที่ขาด
    -นศท.ที่ลาถูกต้อง ไม่ถูกตัดคะแนนความประพฤติ แต่ถูกตัดเวลาเรียน  ฉะนั้น นศท.ต้องไปเรียนชดเชยให้ครบ ตามจำนวน ชม.ที่ขอลา ไม่งั้นหมดสิทธิ์สอบ (ตามเงื่อนไขในข้อ 3)
    -หลักการเรียนชดเชย   เนื่องจากในสงขลาจัดการฝึกแบบกลุ่มวัน  ฉะนั้น ตั้งแต่ วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
การเรียน/ฝึก ก็จะเหมือนกันทั้งสัปดาห์ ขอยกตัวอย่าง  คนที่เรียนกลุ่มวันจันทร์ สามารถไปเรียนชดเชย ในวันอังคาร หรือวันอื่นๆในสัปดาห์เดียวกันได้
    -หรือคนที่เรียนกลุ่มวันศุกร์ สามารถไปเรียนชดเชยล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันพฤหัสบดี ในสัปดาห์นั้นๆได้เช่นกัน
    -นศท.ที่ไปแข่งขันวิชาการ แข่งขันกีฬา แข่งขันทักษะ เจ็บป่วยทางกาย ทางใจ หรือไม่มีอารมณ์จะไปฝึกในวันไหน เขียนใบลา แล้วส่งให้กับ อจ.ผกท.ได้ทุกกรณี  ศฝ.ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด  เพียงแต่บันทึกไว้ว่า ใครลาหยุดในวันใดเท่านั้นเอง
    -ในปีการศึกษา นศท.ขอลาได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แล้วแต่ความจำเป็น ขอย้ำว่า  การลาแต่ละครั้ง นศท.ต้องส่งใบลากับ อจ.ผกท.หรือ อจ.ที่ปกครองดูแล นศท. จะส่งใบลากับครูฝึกไม่ได้นะครับ
    -การเรียนชดเชย นอกจากการขอเรียนชดเชยในสัปดาห์เดียวกันแล้ว ศูนย์การฝึก อาจะกำหนดวันเรียนชดเชยเพิ่มขึ้นอีก เช่น เปิดให้เรียนชดเชยในวันเสาร์-อาทิตย์  หรืออาจจะกำหนดให้เรียนชดเชยในสัปดาห์สุดท้ายของปีการศึกษา เป็นสัปดาห์เรียนชดเชยก็ได้  ในกรณีเช่นนี้ นศท.ต้องติดตามข่าว จากครูฝึกเป็นระยะ
    -สำหรับ ศูนย์การฝึก นศท.มทบ.42 ได้กำหนดไว้ในตารางเรียนแล้ว โดยกำหนดให้ ห้วง 12-16 ธ.ค.59 เป็นสัปดาห์สำหรับการเรียนชดเชย (จดแปะไว้หัวเตียงได้เลยนะ นักลา นักขาดทั้งหลาย)
ขอสรุปสั้นๆว่า  ไม่ว่าลา  หรือขาด ต้องไปเรียนชดเชย  เหมือนกัน  เพียงแต่ลา  ไม่ถูกตัดคะแนน

5 การสอบประจำปีของ นศท.
    1 การสอบภาคปฎิบัติ  ประมาณ ปลายเดือน พ.ย. ไม่มีตกครับ เพราะถ้าสอบแล้วทำไม่ได้ ทำไม่ถูก ไม่เป็นที่พอใจของกรรมการ ต้องสอบปฎิบัติใหม่จนกว่าจะผ่าน
    2 การสอบภาคทฤษฎี  ประมาณ กลางเดือน ธ.ค. ข้อสอบรวมหมดทุกวิชา เลือกคำตอบ 100 ข้อ เกณฑ์ผ่านร้อยละ 60   กรณีไม่ผ่านให้สอบแก้ตัว 1 ครั้ง เรียกว่า "สอบซ่อม"

6 ปิดท้ายด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินะครับ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง
    1 ความผิดสถานหนัก  ตัดคะแนนตั้งแต่ 50 คะแนนขึ้นไป เช่น    เจตนาขัดคำสั่ง เจตนาก่อการวิวาทกับนักศึกษาวิชาทหารด้วยกัน  รายงานเท็จ  เสพย์หรือมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษ  เล่นการพนัน  ปลอมแปลงเอกสารหรือลายมือชื่อ  ทุจริตอย่างร้ายแรง เช่น การเปลี่ยนตัวสอบหรือเปลี่ยนตัวฝึก  ไม่รักษาความลับของทางราชการ  พกพาอาวุธหรือครอบครองอาวุธ  เจตนาการทําผิดกฎหมายอาญาอื่น ๆ
    2 ความผิดสถานกลาง ตัดคะแนนตั้งแต่ 21-49  คะแนน เช่น  ขัดคําสั่งหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง
ไม่รักษาความสามัคคีภายในหมู่คณะ   กล่าวคําเท็จ ทุจริตการสอบหรือฝ่าฝนระเบียบการสอบ
ทําให้สิ่งของทางราชการเสียหาย แสดงกิริยาวาจาไม่คารวะผู้บังคับบัญชาหรือผู้ทําการฝึก  หลีกเลี่ยงการฝึก  แสดงความเห็นแก่ตัวไม่เสียสละให้หมู่คณะ  เสพสุราหรือของมึนเมา  ไม่เคารพธงชาติ เป็นต้น
    3 ความผิดสถานเบา ตัดคะแนนไม่เกิน 20  คะแนน เช่น    ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียม เล็บยาว เล็บไม่สะอาด ฟันไม่สะอาด  ผมยาว  มีหนวด เครา  เครื่องหมายสกปรก  แต่งกายไม่เรียบร้อย ไม่แสดงความเคารพผู้บังคับบัญชา  แสดงกิรยาวาจาไม่สุภาพ  หลับในขณะทําการฝึก/ศึกษา
คุยกันหรือเล่นกันในขณะทําการฝึก  ไม่ยอมเข้าแถวหรือเข้าแถวช้า เมื่อเรียกแถว ปัสสาวะไม่ถูกที่
ไม่รักษามารยาทในการรับประทานอาหาร  สูบบุหรี่ในระหว่างการฝึก/ศึกษา  เป็นต้น

สรุป เหตุที่ทำให้ นศท. สอบตก
1 มีเวลารับการฝึกน้อยกว่า 80 ชั่วโมง ของเวลาการฝึกตามหลักสูตร
2 มีคะแนนความประพฤติต่ำกว่า 50 คะแนน
3 ไม่มาทำการสอบตามวัน เวลา และสถานที่กำหนด
4 ทุจริตในการสอบ
5 ทำการสอบซ่อมแล้วคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
6 ไม่สามารถไปฝึกภาคสนามได้จะด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม หรือฝึกภาคสนามไม่ครบตามที่กำหนด


เยอะนะ.......  รักษาเนื้อ รักษาตัวให้ตลอด 3 ปี นะครับ "ด้วยรักและเป็นห่วง"






28 มิ.ย. 2559

ถึง...น้องใหม่ นศท.ชั้นปีที่ 1 (ภาค 3 จบ)

เมื่อคราวที่แล้ว  ได้กล่าวถึงตอนปิดเทอม ของน้องใหม่ นศท.ปี 1 สงขลา
ปิดเทอม 1 เดือนมันช่างรวดเร็วซะเหลือเกิน ยังไปเที่ยวไม่ครบทุกที่ตามแผนที่วางไว้เลย เปิดเรียนอีกแล้ว นศท.ก็เปิดด้วย  โอ้ย เราแค่เด็ก ม.4 เอง ภารหน้าที่มันช่างมากมายเหลือเกิน    รู้ไว้ซะ   เป็นมนุษย์มันลำบากตรงหน้าที่และความรับผิดชอบนี้แหละ

ในเดือน พ.ย. ยังเรียนรู้ในห้องเรียนอยู่นะ  วิชาการทางทหารยังคงกรอกเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอีก 1 เดือนเต็มๆ  เช่นวิชาการข่าวเบื้องต้น วิชายุทธวิธี อันนี้คือหลักการรบแบบทหาร เรียนไปส่ายหน้าไป ภาษาทหารล้วนๆ  ไม่กระดิกถึงสมองซีกซ้ายเลย...เชื่อดิ   เอาไว้ค่อยรู้เรื่องตอนปี 2 ล่ะกัน  5555  มึนไปก่อน 1 ปี   ต่อด้วยวิชาแบบธรรมเนียมทหาร วิชาการกำลังสำรอง อันนี้ นศท.ปี 1 จำเป็นต้องรู้ เพราะแบบธรรมเนียมทหารกล่าวถึง กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ และกฏหมายต่างๆที่ทหารทุกคน (รวมถึง นศท.) ต้องรู้และจดจำ จะได้ไม่เผลอทำผิดแบบธรรมเนียมทหาร ถ้ายึดถือแล้วปฎิบัติได้ถูกต้อง  ก็จะเป็นทหารที่สวมเครื่องแบบแล้วมองเห็นความสง่างามได้อย่างน่าชื่นชม

วิชาการกำลังสำรอง สำคัญมากนะครับ นศท.ทุกคนต้องรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี ฉะนั้นตอนครูสอนในห้องเรียนต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะความรู้ในวิชานี้ต้องเกี่ยวข้องกับ นศท.ทุกคน โดยเฉพาะ นศท.ชาย ซึี่ง ได้เริ่ม"เกี่ยวติด"การเป็นทหารแล้วตั้งแต่ตัดสินใจสมัครเป็น นศท.ในวันแรก    555  ใครที่พูดว่าเป็น นศท.เพ่ื่อหนีเกณฑ์ทหาร  เค้าพูดผิดแล้วนะ (อย่าไปถือสาเค้า เพราะเค้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยที่เกี่ยวกับ นศท.) การเป็น นศท.ที่สมบูรณ์แบบ   เรายึดถือตามบัญชีรายชื่อใน บัญชี รด.25 ซึ่ง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) จะประกาศรายชื่อทั่วประเทศพร้อมกัน ประมาณเดือน ส.ค.ของปีการศึกษา แปลว่า เป็นทหารเรียบร้อยแล้ว ในสถานะ "กำลังสำรอง" อย่างนี้ หนีทหารได้งัย

กลับมา เล่าต่อ... วิชาต่อไป คือ อุดมการณ์ความรักชาติ  วิชานี้เพื่อทบทวนถึงพระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์ไทย   วัยรุ่นยุคนี้ไม่ค่อยจะสนใจ แต่ นศท.ทุกคน ต้องรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของสถาบันกษัตริย์ และ ต้องเทิดทูลรักษาไว้ด้วยชีวิต

ในช่วงปลายเดือน พ.ย.นศท.ชั้นปีที่ 1 จะได้เสียววูบกับชีวิตอีกครั้งหนึ่ง  กับกิจกรรมดระโดดหอสูง 34 ฟุต   เสียว....โว้ยยย....  ใครไม่ชอบของสูง ฉี่ราดแน่   พวกที่ชอบเล่นของสูง สนุกสนานแน่นอน

  

กิจกรรมสุดท้ายก่อนสอบ ภาคปฎิบัติและสอบภาคทฤษฎี คือ การยิงปืนด้วยกระสุนจริง กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ นศท.ชอบมาก สนุกมาก ยิงแล้วยังอยากจะยิงอีก  แต่.... กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ครูฝึกเครียดมาก ถึงมาที่สุดในชีวิต  เพราะจะมี นศท.จำนวนหนึ่ง ที่ยิงปืนด้วยความมันส์ มากๆ  ยกปืนขึ้นเล็ง  เล็งแบบฉันกลัวเสียง  ไม่เป็นไปตามที่ครูสอน  เพราะพวกหล่อน เล็งด้วยการหลับตาหมดทั้งสองตา  แล้วลั่นไกให้กระสุนพุ่งออกไปจากปากกระบอกปืน ในขณะที่ปากกระบอกปืน ส่ายไป ส่ายมา วนเวียนอยู่แถวๆสะดือครูฝึก   ฮายยย... แค่พูดถึงก็ เสียววาบ.....แล้วล่ะครับ  

เพี้ยงงงง ปีนี้ขออย่าให้คนพวกนี้สอบติดเข้ามาเลย  สาธุๆๆ 
  
จบเรื่องน้องใหม่ นศท.ปี 1 ด้วยความเสียวครับ







27 มิ.ย. 2559

ถึง...น้องใหม่ นศท.ชั้นปีที่ 1 (ภาค 2)


คราวนี้จะพูดถึง การฝึก นศท.ในภาพกว้างๆ เพื่อให้น้องใหม่ ชั้นปีที่ 1 ได้เห็นภาพรวมของการฝึก นศท.ตั้งแต่ต้นปี จนปิดเทอม  (หาๆๆๆ มีปิดเทอมด้วย) มีดี้  ปิดเทอมเดือนหนึ่งนะ ในห้วง ต.ค.
พอขึ้นเทอม 2 แสดงว่าใกล้จบแล้ว  เพราะฝึกอีกเดือนเดียวเท่านั้นเอง

ได้กล่าวไปแล้วในภาค 1  ว่า ในแต่ละปีการศึกษาของ นศท.นั้น   นศท.ทุกคนต้องเข้ารับการฝึกครบ 80 ชม.   แต่ในปีการศึกษา 2559 หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ได้กำหนดให้มีกิจกรรม รด.จิตรอาสา ซึ่งเป็นกิจกรรมหลัก ของ นศท.ทุกชั้นปี เพื่อให้ นศท.ได้ออกไปสู่ชุมชน ไปบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชน โดยแบ่งเวลาเรียนหรือฝึก ที่ศูนย์ฝึก เพียง 48 ชม. อีก 32 ชม.ให้ นศท.ออกไปทำกิจกรรม รด.จิตอาสา "อย่างนี้ก็สบายล่ะซี"  ใช่ๆๆๆๆ  ปีการศึกษา 2559 ในยุค คสช.นี่ ช่างเอื้อต่อ นศท.จริงๆ ขอแสดงความยินดีต่อน้องใหม่ ปี 59 ด้วยนะ เรียนๆเล่นๆเน้นกิจกรรม เดี๋ยวเดียวก็จบปี

เอ้า.....พร้อมยัง  มาดูกันว่า นศท.ปี 1 ต้องเรียนรู้อะไรบ้าง เริ่มสัปดาห์ที่ 1 - 4 (มาเรียนด้วยชุดพละ)  เริ่มที่การฝึกการเข้าแถว  อันนี้ฝึกในสนามนะ  วันไหนมีแดดก็ได้ตากแดด วันไหนฝนตกก็ได้ตากฝน  (อย่าบ่นๆ ฝึกความอดทน งัย) จากนั้นก็ฝึกท่าซ้ายหัน ขวาหัน กลับหลังหัน  ท่าหมอบ (อันนี้ นศท.ชอบ เพราะได้นอน การหมอบก็คือการนอน) เอ้าลุกขึ้นยืน  ฝึกต่อ ท่าวันทยาหัต ฝึกการเดินเป็นแถว การวิ่งเป็นแถว หยุดอย่างไรให้พร้อมกัน
ลักษณะการฝึก ให้ฝึก 1 ชม.พัก 15 นาที บางที่ครูติดงานอื่นพักยาวเป็น ชม.ก็มี (555 เด็กชอบ)
ในเดิอนนี้ ก็จะมีกิจกรรม ไหว้ครู ของ นศท., กิจกรรมวันเข้าพรรษา  และการประชุมผู้ปกครอง

สรุปว่า ในช่วงเดือนแรกเป็นการฝึกในท่า"บุคคลมือเปล่า" มีสิ่ง นศท.ต้องจดจำ คือ คำปฎิญาณ ,จำลำดับเลขที่ของตนเอง และ จำหมวดหมู่กองร้อยของตนเอง

 


จัดแถว ฝึกต่อ  เดือนที่ 2 (ส.ค.) (แต่งเครื่องแบบ หล่อ...สวยเชียว เฟี้ยวแน่นอน)
เดือนที่ 2 เป็การฝึกท่าอาวุธ  ได้จับปืนครั้งแรกตื่นเต้นชะมัด มันเป็นปืนสำหรับฝึก
ชื่อ AK47 ตามภาพเลย  ใช้ฝึกเพื่อความคุ้นเคยนะ  ตอนจะยิงจริงๆ จะได้ยิง HK33
เดือนนี้ทั้งเดือน ได้เล่นกับปืนตลอดเลย ช่วงพักก็   เซลฟี่   แอ็คชั่น   กับปืนกันสนุกสนาน
กิจกรรมในเดือนนี้ คือ เทิดพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี,กิจกรรมซาบซึ้งพระคุณแม่

เดือนที่ 3 เข้าห้องเรียนแล้วครับ เป็นภาควิชาการ (โอ้ย เครียด ปวดหัว) อย่ามโนไปเลย   นศท. จะได้สนุกสนานกับสไตล์การสอนของอาจารย์ทหารมืออาชีพ   555 โหด มัน ฮา ก็ตอนเรียนในห้องเรียนนี้ล่ะ
สภาพห้องเรียนก็เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ จุคนได้ประมาณ 300-400 คน เรียนรวมกันทั้งหญิงและชาย มีเก้าอี้ให้นั่ง บางห้องมีโต๊ะ บางห้องก็ไม่มี ผู้สอนนั่งบนเวที ใช้เครื่องขยายเสียง มีจอโปรเจ็คเตอร์ 120 นิ้ว สภาพในห้องเรียนแบ่งเป็น 3 พวก อย่างชัดเจน ใครสั่งให้แบ่ง... ไม่มีหรอก....มันเป็นไปตามธรรมชาติทุกปี
พวกที่ 1 หน้าเวที พวกตั้งใจเรียน เห็น อจ.ชัด เห็นภาพประกอบชัด เสียงดังชัด นั่งตาแป๋วเลย
พวกที่ 2 เป็นพวกกลางๆ เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง แต่ส่วนมากหลับ หลับจริงๆ พักประจำ ชม.แล้ว ยังไม่ไปไหนเลย เอากะมันซิ
พวกที่ 3 เป็นพวกหลังห้อง พวกนี้น่าเห็นใจที่สุด มองไม่เห็นหน้าคนสอน เสียงก็ไม่ได้ยินเพราะมัวแต่โม้กันทั้งวัน ภาพประกอบไม่ต้องพูดถึง พวกเขาไม่เคยหันไปมองเลย เสร็จจากคุยโม้ก็เข้าสู่ภาวะการก้มหน้า เล่นเกมส์ เล่นโซเชียล ทั้งวัน    แต่...พอพักประจำ ชม.   หายแว็บบบ


กิจกรรมในเดือนนี้เป็น   กิจกรรม รด.จิตอาสา
ให้ นศท.ออกไปบำเพ็ญประโยชน์กับชุมชน

หมายไว้เพราะเป็นเหตุ   ทุกสัปดาห์แรกของเดือน ตรวจผม ตรวจเล็บมือ ตรวจเครื่องหมาย เครื่องแบบ อย่าให้เจอผิดระเบียบนะ ไม่งั้นครูฝึกจะบ่นเบาๆว่า " มาเจอกับผม รับรอง ดุเดือด"

เดือน ต.ค. นศท.ใน จ.สงขลา ปิดเทอม ตามสบายเลย.........เพ้
                  ครูฝึกชุดที่ 1 ไปพบกับ นศท.จังหวัด สตูล
                  ครูฝึกชุดที่ 2 ไปพบกับ นศท.จังหวัด พัทลุง
                  ครูฝึกชุดที่ 3  นั่งรอ นศท.ชั้นปีที่ 4 และ 5  มาพบที่ค่ายพระปกเกล้า

เยอะนะ  ปิดเทอมก่อน  ไว้ต่อภาค 3 เร็วๆนี้